ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

7 ปี 2 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 2 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 22 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 5 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 18 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 18 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 25 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 26 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 14252152
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 167
  • Last Registered User: inthivorn.b@mhe...
  • Published Nodes: 920
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก pusit@mhsri.go.th

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว สป.วท. ทุกๆท่าน วันนี้ผมมีบทความจาก สำนักข่าวไทย มาฝากกันครับ

แพทย์ศิริราชฯ เตือนโรคภัยในที่ทำงาน ผู้ที่ทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ พิมพ์งานอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม มีอาการปวดคอ หลัง ไหล่ ปวดตา และปวดศีรษะ แนะปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม หาเวลาพักสายตา บริหารข้อมือผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หาต้นไม้กระถางเล็ก ๆ กรองรังสีจากจอคอมพิวเตอร์

ภาพจากเว็บไซต์ www.108health.com
ภาพจาก : www.108health.com

ผศ.นพ.วิษณุ กัมทรทิพย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวในการประชุมวิชาการ เรื่อง “Office Syndrome” หรือโรคภัยในออฟฟิศ ว่า โรคภัยในออฟฟิศเป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ มักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดคอ หลัง ไหล่ และปวดศีรษะ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ส่งผลให้กล้ามเนื้อตึงเครียด กล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่าง ๆ ส่วนบางรายที่มีอาการของหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่แล้ว หากทำงานในอิริยาบถไม่เหมาะสม จะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น

จากการสำรวจพนักงานออฟฟิศในประเทศยุโรป พบว่า ส่วนใหญ่กลุ่มคนทำงานอายุระหว่าง 16-24 ปี มีความเสี่ยงของการเกิดภาวะปวดคอ หลัง และไหล่สูง เพราะได้รับมอบหมายมากและทำงานแข่งกับเวลา ส่วนคนทำงานอายุ 55 ปีขึ้นไป มักมีอาการปวดศีรษะ เพราะสภาพการทำงานต้องรับผิดชอบการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ภาวะกดดันและการแข่งขันสูง แนวทางการป้องกัน คือ การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม นั่งทำงานถูกท่าทาง รู้จักพักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุก ๆ ชั่วโมง ควรบริหารข้อมือด้วยท่ากำมะเหงก การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เช่น บิดขี้เกียจ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ควรเปลี่ยนจอคอมพิวเตอร์จากแบบเก่าเป็นจอแอลซีดี มีต้นไม้กระถางเล็ก ๆ กรองรังสีจากจอคอมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ประการสำคัญ ผู้ที่บ้างานต้องรู้จักหาเวลาพักบ้าง เช่น ลุกขึ้นเดิน หรือไปคุยโทรศัพท์เรื่องเบา ๆ สมองบ้าง

รศ.พญ.จุฑาไล ตัณฑเทอดธรรม ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ปัญหาที่พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ คือ ปัญหาด้านสายตา อาทิ ตาแห้ง น้ำตาไหล ระคายเคืองตา ตามัว ตาแดง สายตาปรับภาพได้ช้าลง ซึ่งเกิดจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ทำให้การกะพริบตาน้อยลง หนังตาเปิดกว้างขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศในที่ทำงานติดแอร์ ทำให้อากาศแห้ง ส่งผลให้น้ำตาระเหยมาก จนกระทั่งเกิดความระคายเคืองตาและตาแห้ง นอกจากนี้ การเพ่งสายตาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังทำให้ต้องกลอกตาไปมาตลอดเวลา ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากขึ้น ทำให้ปวดตาในที่สุด ดังนั้น ควรพักสายตาเป็นระยะทุก 20 นาที หลับตาทุก 1 ชั่วโมง ลุกเดินเพื่อพักสายตา และควรจัดจอภาพคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตา 15 องศา เพื่อช่วยลดอาการปวดตาและปวดคอ บริหารกล้ามเนื้อตาด้วยการมองปลายปากกาในขณะที่เลื่อนปากกาเข้า-ออก

ที่มา    : สำนักข่าวไทย

วันนี้ฝากเพื่อนๆ ชาว สป.วท. ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ

 

สวัสดีครับ

ติดตาม บล๊อกของผมได้ที่ : บล็อก NyBoy : pusit@most.go.th นะครับ

หน่วยงาน: 
ศท.
2
คะแนนของคุณ: ไม่มี เฉลี่ย: 2 (1 โหวต)