ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21160875
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 44.200.169.3
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก bunsoy@mhsri.go.th

อาหารหมดอายุ.....กินต่อได้หรือไม่

เรียบเรียงโดย : บุญสรอย  บุญเอื้อ

                 วิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ต่างคนต่างก็มีภาระหน้าที่และมีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่อาหารการกินก็มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเช่นกัน  จึงต้องพึ่งพาอาหารทั้งประเภทสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูปและแปรรูป ทั้งนี้ ก็เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งอาหารเหล่านี้ สามารถซื้อหาได้ง่ายและมีขายทั่วไป เช่น ตลาด ร้านค้าต่างๆ ร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าทั่วไป และหากมีการกระหน่ำลดราคาเมื่อไหร่เหล่าบรรดาแม่บ้านทั้งหลายก็จะซื้อมาครั้งละเยอะๆ และบางอย่างก็เก็บในตู้เย็นจนลืม  เมื่อเวลาผ่านไป....กลายเป็นว่าอาหารบางอย่างใกล้หมดอายุหรือไม่ก็หมดอายุไปก่อนหน้านี้แล้ว

               เมื่อเป็นเช่นนี้.... มีคนจำนวนมากที่ตัดสินใจทิ้งอาหารทันทีที่ป้ายบอกว่าหมดอายุแล้ว เพราะไม่อยากจะเสี่ยงกับอาหารเป็นพิษ แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องทิ้งอาหารเสมอไป แม้ป้ายจะบอกว่าหมดอายุแล้วก็ตาม นั่นก็เพราะวันที่ที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ของอาหาร ไม่ได้บ่งบอกถึงความปลอดภัยในการบริโภคแต่เพียงอย่างเดียว แต่ผู้ผลิตต้องการบอกเราให้รู้ว่า อาหารนั้นมีคุณภาพ ความสดใหม่ รสชาติ หน้าตาอย่างไรเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ได้เป็นตัวบอกว่าอาหารนั้นกินไม่ได้แล้ว

               แต่ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นนี้ ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่ยังสับสนกับคำว่า "หมดอายุ" (EXP….) และคำว่า "ควรบริโภคก่อน" (Best Before) (BBE….) ฉะนั้น เรามาทำความเข้าใจกับ 2 คำนี้กันฃ

              คำว่า "หมดอายุ" (EXP….)  หมายความว่า หลังจากวันนั้นแล้ว ห้ามรับประทานหรือบริโภค

              คำว่า "ควรบริโภคก่อน" (Best Before) (BBE….) หมายความว่า อาหารจะมีลักษณะดี หรือรสชาติดี ถึงวันที่ที่ระบุไว้ แต่หลังจากวันดังกล่าวไปแล้ว รสชาติ หรือคุณค่าทางอาหารอาจลดลง เปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็ยังรับประทานได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย

มาถึงตรงนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่า หลังจากถึงวันที่.... "ควรบริโภคก่อน" (Best Before) (BBE….) ไปแล้วอีกนานเท่าไร อาหารนั้นถึงจะยังมีความปลอดภัยสามารถรับประทานได้ มาดูอายุของอาหารแต่ละชนิด ดังนี้

          ไข่  ถ้าเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิ 3-5 องศาเซลเซียส ไข่จะอยู่ได้นาน 3-5 สัปดาห์
          อาหารกระป๋อง  สามารถเก็บได้อีก 1 ปี หรือนานกว่านั้นเมื่อหมดอายุที่กำหนดไว้ เพราะอาหารกระป๋องมักถูกปิดผนึกแบบสูญญากาศ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรีย
          ขนมปัง  ถ้าเก็บไว้นอกตู้เย็น จะอยู่ได้ 3-5 วัน แต่ถ้าเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง จะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ยังรับประทานต่อไป

          ซีเรียล  ถ้ายังไม่เปิดกล่อง แม้จะเลยวันหมดอายุไปแล้วก็ยังรับประทานต่อไปภายใน 6 เดือน-1 ปี ถ้าเราเก็บในตู้เย็น

วันหมดอายุของอาหารสำคัญอย่างไร

               การกำหนดอายุของผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปต่างๆ จึงมีที่เราคุ้นตากัน และเห็นบนบรรจุภัณฑ์บ่อยๆ เช่น EXP…. (วันหมดอายุ), Best Before , BBE… (ควรบริโภคก่อน) ซึ่งในทางหลักกฎหมายสากล โรงงานผู้ผลิตอาหารจำเป็นจะต้องทำการทดลองจัดเก็บผลิตภัณฑ์นั้นๆ ตามคำแนะนำสภาพการจัดเก็บที่ได้ระบุไว้บนฉลากตามจริง เช่น เก็บที่อุณหภูมิห้อง ควรจัดเก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา  หรือจัดเก็บไว้ในสภาวะแช่แข็ง ฯลฯ และในระหว่างการทดลอง โรงงานจำเป็นจะต้องสุ่มทำการตรวจเช็ค ทั้งทางด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเป็นระยะๆ จนครบอายุการจัดเก็บที่ได้อ้างไว้บนฉลากเพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้านั้นๆ จะยังคงมีคุณภาพและความปลอดภัยจนถึงวันที่หมดอายุลง

               อย่างไรก็ตาม ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของอาหารแต่ละชนิด จะส่งผลให้อาหารเสื่อมคุณภาพและเสียง่าย ดังนั้น ถ้าเก็บอาหารตามสภาวะที่ระบุไว้บนฉลาก ก็จะนำมารับประทานได้อย่างปลอดภัยจนถึงวันหมดอายุ   แต่ผู้ผลิตบางรายก็อาจเจอปัญหาร้องเรียน เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแช่เย็น หรือแช่แข็ง เสื่อมคุณภาพหรือเสียก่อนวันหมดอายุ ทั้งๆ ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ดีและการจัดเก็บก็ถูกต้อง สาเหตุที่ทำให้เสียเร็วกว่ากำหนด ส่วนใหญ่มักเกิดมาจากการขนส่ง และร้านค้าปลีกที่นำไปจัดวางขายที่หน้าร้านและดูแลจัดเก็บไม่ดีหรือจัดเก็บในอุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนด

 

อุณหภูมิการจัดเก็บมีผลต่ออาหารอย่างไร

               อาหารประเภทแช่เย็น และแช่แข็งนั้น อุณหภูมิการจัดเก็บมีผลโดยตรงต่อการเจริญและเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ จนส่งผลให้อาหารนั้นเสื่อมคุณภาพและเสียเร็วกว่าวันหมดอายุที่ได้ระบุไว้บนฉลาก ในทางกลับกันหากเรานำอาหารแช่เย็นมาแช่แข็ง ผลที่ออกมาปรากฏว่า อาหารนั้นจะสามารถมีอายุยืนยาวกว่าที่ได้ระบุไว้บนฉลาก เพราะอุณหภูมิแช่แข็งจะสามารถชะลอการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของจุลินทรีย์ได้ ดังที่เห็นได้จาก อาหารแช่แข็งมักมีอายุเป็นปีๆ ส่วนอาหารแช่เย็นมีอายุแค่ไม่ถึงครึ่งเดือน แต่เมื่อเรานำอาหารแช่เย็นมาเก็บรักษาโดยการแช่แข็งแล้ว เราจะไม่มีทางทราบได้เลยว่าจะหมดอายุอีกทีเมื่อไหร่ หากไม่ทำการส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์

ข้อสังเกต

               อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว ก่อนนำอาหารทุกชนิด มาปรุงหรือรับประทานอย่าลืมสำรวจคุณภาพและสังเกตด้วยว่า สี หรือ กลิ่น ผิดปกติไปหรือยัง เพราะบางครั้งแม้จะยังไม่ถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้ แต่อาหารเหล่านั้นผ่านการปนเปื้อน หรือปิดผนึกมาไม่ดี ก็อาจบูดเสียได้ก่อนถึงวันหมดอายุเช่นกัน จึงมีสิ่งที่ต้องสังเกต ดังนี้

1. ก๊าซในอาหาร : หากอาหารถูกจัดเก็บไว้ในถุงที่ปิดมิดชิด แล้วถุงกลับพองขึ้น นั้นหมายถึง จุลินทรีย์กำลังกินอาหารชนิดนั้น และปลดปล่อยก๊าซออกมา ยิ่งถ้าถุงบวมเป่งแล้ว หรืออาหารกระป๋องที่บวมกว่าปกติแล้ว ไม่ควรเสี่ยงรับประทาน

2. กลิ่นของอาหาร : ให้ใช้วิธีดมกลิ่นก่อนรับประทาน หากกลิ่นผิดเพี้ยนหรือแปลกไปแล้ว ให้สงสัยว่า อาหารกำลังจะเสีย

3. เมือกหรือวุ้นตามผิวของอาหารเหลว : ธรรมชาติของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพมักสร้างเมือกลื่นๆ ข้นเป็นวุ้นระหว่างที่กำลังเจริญเติบโตในอาหารนั้น

4. สี และลักษณะทางกายภาพ : สีของอาหารก็มีส่วนสำคัญ เมื่อสังเกตชิ้นอาหาร หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น รา  สีเปลี่ยน หรือลักษณะแปลกปลอมอื่นๆ แนะนำว่าควรทิ้ง

                นอกจากวันหมดอายุบนฉลากอาหารแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพได้ เช่น วิธีการขนส่งและจัดเก็บ โดยเฉพาะอาหารแช่เย็นหรือแช่แข็ง เมื่อซื้อมาแล้วควรรีบจัดเก็บในตู้เย็นทันที เพราะถ้าวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกตินานขึ้นเท่าใด แสดงว่า เรากำลังทำให้จุลินทรีย์ที่มีในอาหารนั้นเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้มากขึ้นเท่านั้น นั่นก็คือ อาหารของเราได้เสื่อมคุณภาพไปด้วยแล้ว

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง :  health.kapook.com   :  www.dailynews.co.th

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี