ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 12 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 13 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 1 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 8 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 28 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 28 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 35 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 20416766
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 172
  • Last Registered User: asa.v@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 939
  • Your IP: 44.192.26.60
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

 ไม่ได้เข้ามาเขียนเล่าซะนาน วันนี้เลยจะนำเรื่องที่ไปกับคุณคณิตฯ เดินทางไปทำงานร่วมกับ มช. ที่ อ.แม่แจ่ม ซึ่งเป็นความพยายามจะแก้ปัญหาหมอกควันด้วย วทน. ที่มีอยู่ รวมทั้งการร่วมกับทางอำเภอในการนำเสนอแผนพัฒนาหมู่บ้าน ผ่านกลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ที่มีอยู่ทั่วประเทศ และผมเองได้ไปประชุมเกี่ยวกับ กม. ที่ ก.มหาดไทยมา ประเด็นเกี่ยวกับ กม. มีอะไรบ้าง

 

เรื่องเพื่อทราบ

1.1 การดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ในปี 2555 ตามข้อสั่งการ

         1.1.1 ในปี 2555 กม. ได้ดำเนินการโครงการคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) รวมพลังประชาชนเป็นพลังแผ่นดินป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ กม. มีส่วนร่วมในกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามวาระแห่งชาติ ปัจจุบันมีหมู่บ้านที่ผ่านการรับรองและจะได้รับมอบธงสัญลักษณ์จำนวน 37,721 หมู่บ้าน

         1.1.2 การจัดตั้งหมู่บ้านต้นแบบ โดยได้ดำเนินการโครงการหมู่บ้านนำร่องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่บ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการคัดเลือกจากระดับหมู่บ้าน อำเภอ และจังหวัด 1-2 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีหมู่บ้านนำร่องในโครงการดังกล่าว 83 หมู่บ้าน การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดทำบัญชีครัวเรือน โดยกำหนดให้ กม. ดำเนินการจัดทำบัญชีครัวเรือนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนครัวเรือนที่มีอยู่จริงในหมู่บ้าน โดยมีหมู่บ้านที่ดำเนินการจัดทำบัญชีครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 จำนวน 1,786 หมู่บ้าน และได้มีการถอดบทเรียนปัจจัยความสำเร็จแจกจ่ายให้ทุกจังหวัด อำเภอเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขยายผลต่อไป

         1.1.3 การใช้กระบวนการประชุมของ กม. ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาหมู่บ้าน โดยที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเป็นกรรมการหมู่บ้าน การประชุม และการปฏิบัติหน้าที่ของ กม. พ.ศ. 2551 กำหนดให้ กม. ต้องมีการประชุมทุกเดือน โดยในปี 2555 กรมการปกครองได้สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการประชุม กม. ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น(A) จำนวน 17,284 หมู่บ้าน เดือนละ 1,000 บาท จำนวน 8 เดือนเพื่อใช้เป็นค่าจัดทำเอกสาร รายงานการประชุม ฯลฯ และในปี 2556 กรมการปกครองยังคงแนวทางในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าว

         1.1.4 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในระดับอำเภอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ได้แก่ อำเภอ ตำบล หมู่บ้านให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล กระทรวง กรม อย่างเป็นระบบ โดยกรมการปกครองได้กำหนดให้อำเภอจัดตั้งกลไกระดับตำบล เรียกว่า คณะกรรมการตำบล(กต.) ที่ประกอบด้วย กำนันท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลและครูประชาบาล 1 คน(ครูในสังกัด สพฐ.) เป็นกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหมู่บ้านละ 1 คน ให้มีหน้าที่เสนอข้อแนะนำและให้คำปรึกษาต่อกำนัน ทั้งนี้ได้กำหนดการเชื่อมโยงตั้งแต่การประชุมระดับ กม. ไปยังการประชุมระดับ กต. และให้กำนันนำเสนอนายอำเภอทราบทุกเดือน

         1.1.5 การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบ ABC ด้วยกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดทำโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบ ABC(Area Based Collaborative Research) เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาความเป็นอยู่โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งโดยใช้การจัดทำบัญชีครัวเรือนและแผนพัฒนาหมู่บ้านเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน และมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นจริง

         1.1.6 การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน กรมการปกครองได้ให้อำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของ กม. โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดับ คือ หมู่บ้านระดับดีเด่น(A) คะแนนระหว่าง 80-100 มีจำนวน 26,580 หมู่บ้าน หมู่บ้านระดับดี(B) คะแนนระหว่าง 60-79 จำนวน 27,302 หมู่บ้านและหมู่บ้านเริ่มสร้างผลงาน(C) คะแนนระหว่าง 0-59 จำนวน 6,401 หมู่บ้าน รวมทั้งหมด 60,283 หมู่บ้าน

         1.1.7 การนำ กม. ศึกษาดูงาน ประจำปี 2555 เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ กม. ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 570 คน จาก กม. 94 หมู่บ้าน ๆ ละ 6 คน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลชนะเลิศฯ ในระดับอำเภอและระดับจังหวัด

         1.1.8 ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับ กม. ดังนี้

              1) ตัวชี้วัดที่ 1.1.2 ระดับความสำเร็จของการสนับสนุน/ส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดร่วมของ กรมการปกครอง กรมพัฒนาชุมชน(เจ้าภาพหลัก) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 

              2) จำนวนหมู่บ้านในระดับดีเด่น(A) เพิ่มขึ้น 4,807 หมู่บ้าน(เป้าหมาย 4,000 หมู่บ้าน) และในปีงบประมาณ 2556 ได้กำหนดเป็นตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมการปกครอง ต่อเนื่อง

              3) หมู่บ้านที่มีแผนพัฒนาหมู่บ้านตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 64(เป้าหมาย ร้อยละ 50) 

              4) จำนวนหมู่บ้านต้นแบบพัฒนา จำนวน 37,164 หมู่บ้าน(เป้าหมาย 30,000 หมู่บ้าน) 

              5) จำนวน กม. ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 376,729 คน(เป้าหมาย 300,000 คน)

 

1.2 สรุปผลการติดตามการดำเนินงานของ กม. ในปี 2555

คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.)  ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงาน 4 ครั้งในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.อุดรธานี จ.ปราจีนบุรีและ จ.สระแก้ว โดยมีประเด็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อน กม. ล่าช้า ดังนี้

          1.2.1 ขาดเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดการความรู้ กม. ส่วนใหญ่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีงบประมาณ จึงไม่ค่อยได้พูดคุยปรึกษาหารือและเชื่อมโยงจาก กม. ไปยัง กต. และการส่งข้อมูลความต้องการ ประเด็นปัญหาไปถึงอำเภอ

          1.2.2 ความเข้าใจที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ของ กม. แต่ละหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านในระดับ C

          1.2.3 ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดการหมู่บ้าน ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการ(คน งาน เงิน) ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการเงินกองทุนต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การบูรณาการและเชื่อมโยงแผนพัฒนาหมู่บ้านร่วมกับแผนพัฒนาของ อปท. ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพอันเนื่องมาจาก กม. และพี่เลี้ยงที่มีหน้าที่สนับสนุน กม. ยังไม่เข้าใจหลักคิดของกระบวนการจัดทำแผน 

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานฯ ได้เสนอแนะ ดังนี้

               1) กม. ในพื้นที่ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2555 และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
               2) จัดทำคู่มือการดำเนินงานให้ทั้ง กม. วิทยากร และชุดปฏิบัติการประจำตำบลให้ครอบคลุมทุกด้าน
               3) กำหนดภารกิจและเป้าหมายของ กม. ให้ชัดเจนภายใต้ปัญหาของหมู่บ้าน
               4) สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้แก้ กม.และการทำงานแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
               5) สร้างแรงจูงใจให้ กม. เช่น การมีสวัสดิการสังคมให้กับ กม. ในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเช่น สิทธิเข้ารับการรักษาในพื้นที่ฟรี การลดหย่อยภาษีรายได้บุคคล การให้ทุนการศึกษาแก่บุตร เป็นต้น 
               6) การจัดการประกวดและมอบรางวัล
               7) การใช้อาสาสมัครของทุกหน่วยงานเข้ามาเป็น กม. เพื่อสร้างกลไกในการขับเคลื่อนภารกิจ/กิจกรรมแทนหน่วยงานราชการต่าง ๆ 
                8) การประกาศเกียรติคุณให้กับ กม. ดีเด่นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

              ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2556 ได้กำหนดการติดตามและประเมินผล จำนวน 6 ครั้ง ที่ จ.นราธิวาส จ.สงขลา(27-29 มีนาคม 2556) จ.พัทลุงและ จ.สตูล(3-5 เมษายน 2556) จ.ศรีษะเกษ  (8-10 พฤษภาคม 2556) จ.ลำปางและ จ.ลำพูน(10-12 มิถุนายน 2556) จ.ชัยนาทและ จ.ลพบุรี(8-10 กรกฎาคม 2556)  จ.สมุทรสาครและ จ. สมุทรสงคราม(5-7 สิงหาคม 2556)

1.3 การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนให้หมู่บ้านได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการการเงินจากกองทุนประเภทต่าง ๆ ที่มีในหมู่บ้าน โดยได้กำหนดขั้นตอน การส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนฯ

1.4 การติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนนักปกครองท้องที่ประจำจังหวัด(ร.ร.นปท.จ.) ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการติดตามองค์กรพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา โดยในการดำเนินงานได้มีการนำ กม. เข้ารับการศึกษาอบรมเพิ่มเติมที่ ร.ร.นปท.จ.  แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ระยะเวลาในการอบรม บุคลากรมีการโยกย้ายบ่อย วัสดุอุปกรณ์ไม่พร้อมและส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง และขาดระบบติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของ กม. ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอข้อเสนอแนะไว้ดังนี้

               ๑) พัฒนาหลักสูตรทั้งในส่วนของวิทยากรของ ร.ร.นปท.จ. และของ กม. ให้ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงและให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
               ๒) กำหนดให้หมู่บ้านตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. 2522(หมู่บ้าน อพป.) ใช้โครงสร้าง กม. เดียวกัน
               ๓) กำหนดให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย
               ๔) กำหนดตัวชี้วัดเพื่อวัดผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อน กม.
               ๕) กำหนดตัวชี้วัดเรื่องการบรรจุโครงการ/กิจกรรม ตามแผนพัฒนาหมู่บ้านในแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดและส่วนราชการ
               ๖) ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการขับเคลื่อน กม. ให้ทั้ง กม.และพี่เลี้ยงได้รับทราบ

2. เรื่องเพื่อพิจารณา

          2.1 แนวทางการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ในปี 2556 

แนวทางการดำเนินงานในปี 2556 ได้รับความเห็นชอบในการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของ กม. คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ กม. และคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 โดยกำหนดแนวทางการประเมินของหมู่บ้านออกเป็น 2 ส่วน คือ

                ๑) การบริหารงานของหมู่บ้าน โดยให้วัดจากจำนวนแผนพัฒนาหมู่บ้านที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาในหมู่บ้านได้จริงโดยได้                ๒) แผนพัฒนาหมู่บ้านที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดทั้งนี้ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาไว้ 4 แนวทาง

                      กระบวนงานที่ 1 บูรณาการขับเคลื่อน กำหนดให้มีการบูรณาการทุกระดับตั้งแต่ ส่วนกลางผ่านคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ระดับจังหวัด โดยการกำหนดเป็นตัวชี้วัดที่ส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อน กม. ระดับอำเภอ โดยให้อำเภอทำหน้าที่ร่วมกับทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ระดับตำบล กำหนดให้มีการประชุม กม. ทุกเดือนและให้กำนันติดตามกำกับการประชุมและการทำงานของ กม. และรายงานให้นายอำเภอทราบทุกเดือน
                      กระบวนงานที่ 2 พัฒนาศักยภาพ เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้แก่ปลัดอำเภอ ชุดปฏิบัติการประจำตำบล วิทยากรใน ร.ร.นปท.จ. การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน การประกวดหมู่บ้าน การขยายผลของหมู่บ้านต้นแบบเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูล กม. ให้มีประสิทธิภาพ
                      กระบวนงานที่ 3 การสร้างผลงาน กำหนดให้ กม. ที่มีผลงานดีเด่น(A) และดี(B) อย่างน้อยต้องมีผลงาน ดังนี้ 

                              ๑) ประชุม กม. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
                              ๒) การบูรณาการจัดทำและเชื่อมโยงแผนพัฒนาหมู่บ้านกับส่วนราชการ 
                              ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
                              ๔) การสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์
                              ๕) การดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย
                              ๖) การรักษาความสงบเรียบร้อย
                              ๗) การดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
                              ๘) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
                              ๙) การจัดตั้งกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน

                           สำหรับหมู่บ้านในระดับเริ่มสร้างผลงาน(C)  ต้องมีผลงาน ดังนี้

                              ๑) ประชุม กม. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
                              ๒) การบูรณาการจัดทำและเชื่อมโยงแผนพัฒนาหมู่บ้านกับส่วนราชการ 
                              ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
                              ๔) การสร้างกฎ กติกาหมู่บ้าน

                          กระบวนการที่ 4 สร้างความยั่งยืน กำหนดให้มีการสร้างแรงจูงใจให้ กม. การประชาสัมพันธ์ กระบวนการติดตามประเมินผลจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและ กม. รวมทั้งการสน้างกระบวนการส่งต่อการพัฒนาและการขับเคลื่อนของภาครัฐและ กม. ไปสู่เยาวชนในพื้นที่ 

            2.2 แนวทางการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 กรกฎาคม 2552  ผลการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของ กม. คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ กม. และคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 ได้มีการเสนอให้ระดับจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการแจ้งประสานหน่วยราชการ องค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดเพื่อรับทราบความสำคัญและภารกิจของ กม. และตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

 

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

ความคิดเห็น

Sci & Tech Village+ Eco Village = Eco Science Village

ผมจ่อหัวไว้แบบนี้หลายท่านอาจจะงง ๆๆ มันเป็นสมการอะไรกันแน่ไม่เคยเห็น หรือเป็นสูตรคณิตศาสตร์ใหม่หรือเปล่า แต่เปล่าเลยครับ เป็นสมการที่เราจะนำ วทน. ไปแก้ปัญหาหมอกควันได้อย่างไร และก้าวไปสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร นั้นคือประเด็นครับ

จากการลงพื้นที่ 4 ครั้ง ในการผลักดันการนำ วทน. ไปช่วยแก้ปัญหาหมอกควัน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจที่เกิดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนในพื้นที่ ตั้งแต่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ นายอำเภอ ปลัดอาวุโส ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลูกบ้าน เทศบาล อบต. ได้ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดังกล่าว โดยมีผลการประชุม ดังนี้

 

ครั้งที่ 1 วันที่ 7 มกราคม 2556 ประชุมปรึกษาหารือโครงการหมู่บ้านข้าวโพดลด หมอกควันกับนายอำเภอแม่แจ่มและผู้เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน ประจำปี 2556 

1. นายอำเภอเข้าใจการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านแม่ข่าย ว และ ท เพิ่มขึ้นและได้ปรับนโยบายจากให้เผาเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วม
2. ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมู่บ้านแม่ข่าย ลูกข่ายและหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอแม่แจ่มให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการในปี 2556

ครั้งที่ 2 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 ประชุมเสวนาร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทศบาล เพื่อติดตามผลการปรึกษาหารือในครั้งที่ 1 และร่วมจัดนิทรรศการนำเทคโนโลยีที่สามารถลดปัญหาหมอกควัน ให้ประชาชนในอำเภอแม่แจ่มได้รับทราบ

1. เพื่อขยายผลของโครงการหมู่บ้านแม่ข่าย ว และ ท ไปสู่หมู่บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2. มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม 

ครั้งที่ 3 วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 ประชุมร่วมกับปลัดอำเภอแม่แจ่มซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอำเภอแม่แจ่ม ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาชุมชนผ่านกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) เพื่อผลักดันหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมู่บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Eco Village)

1. แผนการดำเนินงานในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนผ่านกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ในการพัฒนาหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควันไปสู่หมู่บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Eco Village) ในอนาคต  
2. อำเภอจัดตั้งคณะกรรมการฯ และคณะทำงานเพื่อร่วมผลักดันโครงการหมู่บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Eco Village)

ครั้งที่ 4 วันที่ 4-5 มีนาคม 2556 ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม เข้าร่วมประชุมประจำเดือนของการประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอแม่แจ่ม กว่า 50 คน(4 มีนาคม 2556) และประชุมประจำเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอแม่แจ่ม กว่า 200 คน เพื่อติดตามผลในประชุมครั้งที่ 3 ในส่วนของการดำเนินการตามแผนพัฒนาหมู่บ้านไปสู่หมู่บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Eco Village)

1. หัวหน้าส่วนราชการอำเภอแม่แจ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 200 กว่าคน เข้าใจแผนการดำเนินงานและระบบข้อมูลของหมู่บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Eco Village)

ประชุมหัวหน้าส่วนราชการของ อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่ โดยนายอำเภอเป็นประธาน

ทำงานเชิงรุก เป็นที่ปรึกษาการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน โดยการนำ วทน. เข้าไปสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ เปลี่ยนวิกฤกตที่ต้องตกเป็นจำเลยสังคม ให้กลายเป็นพระเอกตัวจริงของการแก้ปัญหาหมอกควันที่ยั่งยืน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของคนแม่แจ่ม ไปสู่ แม่แจ่มโมเดล และ Eco Science Village ให้โลกได้ประจักษ์ โดยร่วมกับ partner สำคัญคือศูนย์ วท. ประจำภูมิภาค ภาคเหนือตอนบน

 

มีหลายท่านถามผมว่า ไปทำไม ไปทำอะไร ทำแล้วจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ไม่เหนื่อยบ้างหรือ ผมเองบอกไปว่า เหนื่อยครับ เสี่ยงด้วย เกือบตายหลายครั้ง แต่หากท่านเข้าไปสัมผัส ท่านจะได้รับรู้ว่า โอกาสของการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในพื้นที่นั้น ไม่มีเลย มันจึงเป็นคำตอบสุดท้านว่าทำไมชาวบ้านต้องเผา เพราะเค้าไม่รู้จริง ๆ หรือรู้แต่ทำไม่เป็นว่าเศษวัสดุเหลือทิ้งจากข้าวโพด เช่น เปลือก ตอซัง ต้น สามารถนำกลับมาเพิ่มมูลค่าได้หลายอย่าง  หากเราไม่เข้าไป ชาวล้านก็ไม่มีทางออกในการกำจัดเศษวัสดุ ดังกล่าว 

อ่านรายละเอียดการประชุมปรึกษาหารือได้ที่นี่

 รายละเอียดการประชุม...