ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

7 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 31 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 2 วัน ก่อน
9 ปี 7 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 26 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 34 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 15384297
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 167
  • Last Registered User: inthivorn.b@mhe...
  • Published Nodes: 922
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก sasikan@mhsri.go.th

 

1.ความรู้ที่อยู่ในตัวตน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคล

เกิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้ หรือพรสวรรค์ต่าง ๆ ซึ่งสื่อสารหรือถ่ายทอดในรูปของตัวเลข สูตร หรือลายลักษณ์อักษร ความรู้ชนิดนี้พัฒนาและแบ่งปันกันได้และเป็นความรู้ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน

2.ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผล

สามารถรวบรวมและถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น หนังสือ คู่มือ เอกสาร และรายงานต่างๆ ซึ่งทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตจริง ความรู้ทั้ง 2 ประเภทนี้จะเปลี่ยนสถานภาพสลับปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาบางครั้ง Tacit ก็ออกมาเป็น Explicit และบางครั้ง Explicit ก็เปลี่ยนเป็น Tacit 

 

 

ความรู้ทั้ง 2 ประเภท สามารถเปลี่ยนสถานะระหว่างกันได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆโดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Knowledge Spiral หรือ SEIC Model  ซึ่งคิดค้นโดย Michael Polanyi และ Ikujiro nonaka ดังนี้

1. Socialization เป็นขั้นตอนแรกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้าง Tacit Knowledge จากTacit Knowledge ของผู้ร่วมงานโดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงที่แต่ละคนมีอยู่

 

2. Externalization เป็นขั้นตอนที่สองในการสร้างและแบ่งปันความรู้จากสิ่งที่มีอยู่และ

 

 

 

 

รูป 1 แสดงลักษณะการเรียนรู้ Knowledge Spiral

3. Combination เป็นขั้นตอนที่สามในการแปลงความรู้ขั้นต้น เพื่อการสร้าง Explicit

Knowledge จาก Explicit Knowledge ที่ได้เรียนรู้ เพื่อการสร้างเป็นความรู้ประเภท Explicit

4. Internalization เป็นขั้นตอนที่สี่และขั้นตอนสุดท้ายในการแปลงความรู้จาก Explicit Knowledge

กลับสู่ Tacit Knowledge ซึ่งจะนำความรู้ที่เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานหรือใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ ได้แก่ Leif Edvinsson ชาวสวีเดน

 

ได้แบ่งความรู้ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ความรู้เฉพาะคน Individual Knowledge

2. ความรู้องค์กร Organizational Knowledge

3. ความรู้ที่เป็นระบบ Structural Knowledge

ทั้งนี้ความรู้ทั้ง 3 ประเภท สามารถเป็นได้ทั้ง Tacit Knowledge และ Explicit Knowledge

 

ที่มา    https://docs.google.com/viewer?a=v&q=cache:AvWYhIgnC9MJ:cdn.learners.in.th/

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

ความคิดเห็น

การทำควบคู่กันไป

ขั้นตอนการจัดการความรู้ ต้องทำควบคู่กันไปกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง change management เนื่องจากในกระบวนการจัดการความรู้ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จะมากหรือน้อยขึ้นกับพื้นฐานของแต่ละคน ซึ่ง IT เป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น ไม่ใช่ THE END หรือ จุดหมายปลายทางของการจัดการความรู้

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การเปลี่ยน วัฒนธรรมขององค์การ การเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์การ