ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

7 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 11 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 31 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 1 วัน ก่อน
9 ปี 7 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 26 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 34 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 15354841
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 167
  • Last Registered User: inthivorn.b@mhe...
  • Published Nodes: 922
  • Your IP: 192.168.6.109
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก kamonwan@mhsri.go.th

วิทยาศาสตร์แสนสนุก..นิวเคลียร์รอบตัวเรา

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.  จัดกิจกรรม  “คุยกัน..ฉันท์วิทย์ สัญจร”  ในหัวข้อ “วิทยาศาสตร์แสนสนุก..นิวเคลียร์รอบตัวเรา”  ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ ชั้น 4 อาคารจัตุรัสจามจุรี สามย่าน กรุงเทพมหานคร  โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.รพพน  พิชา  นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์  จากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  มาให้ความรู้ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน

   

 

                                                   
                  นายกฤษฎา  ธาราสุข  ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัด    กระทรวงกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ปัจจุบันหลายท่านมองว่านิวเคลียร์และรังสีเป็นสิ่งที่น่ากลัว  เป็นสิ่งที่อันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งแท้จริงแล้วในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอนนั้น  มีนิวเคลียร์และรังสีอยู่รอบตัวเรา ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์  ถือเป็นสาขาวิชาความรู้  และเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ให้ความสำคัญในนโยบายการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องวางรากฐานตั้งแต่เด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้  ปลูกฝังให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีหลักคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ  จึงจัดกิจกรรม คุยกัน..ฉันท์วิทย์  สัญจร  หัวข้อ “วิทยาศาสตร์แสนสนุก..นิวเคลียร์รอบตัวเรา” เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์  ซึ่งจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งสองด้าน  ด้านที่เป็นประโยชน์ และด้านผลกระทบที่เกิดขึ้น หากนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับประโยชน์และสาธารณชนอย่างยั่งยืนต่อไป                                                                                                                                

                   ดร.สิรินาฏ  เลาหะโรจนพันธ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.  กล่าวว่า สทน. เป็นหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนาตลอดจนเผยแพร่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ถึงแม้จะมีการนำนิวเคลียร์มาใช้ในประเทศไทยมาเกือบ 50 ปี แต่ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียังไม่ได้รับการเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะในวงกว้าง การที่ สทน.ได้ร่วมจัดกิจกรรมคุยกัน..ฉันท์วิทย์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทำให้เห็นว่านิวเคลียร์เป็นเรื่องใกล้ตัว ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ และคงเป็นเรื่องที่ดี หากเยาวชนไทยได้เริ่มเรียนรู่ และเข้าใจเรื่องนิวเคลียร์ เชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเองและประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคตได้อย่างแน่นอน

                                                             

                   ดร.รพพน  พิชา  นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์  สทน.   กล่าวว่า นิวเคลียร์เกิดจากการที่มนุษย์ตั้งคำถามกับตนเองว่าสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราประกอบไปด้วยอะไร อะไรคือส่วนที่เล็กที่สุดที่แบ่งแยกไม่ได้อีกแล้ว ในวันนี้เราทราบว่า นิวเคลียสเป็นแกนกลางของอะตอม เป็นศูนย์รวมของมวลเกินกว่า 99% ของอะตอม นิวเคลียสนี้มีสมบัติสำคัญคือมันเก็บพลังงานอันมหาศาลเอาไว้ มากมายกว่าพลังงานที่เราคุ้นเคยกันทั่วไปซึ่งเป็นพลังงานเชิงเคมี ซึ่งพลังงานดังกล่าว อาจอยู่ในรูปของรังสีจากนิวเคลียสที่มีการสลายตัว หรือออกมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ก็ได้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งมีใช้กันทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษนั้น ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ

                                   

 

                  ดร.รพพน กล่าวต่อว่า  พลังงานจากนิวเคลียสซึ่งมีชื่อว่ากัมมันตภาพรังสี หรือ radioactivity สามารถถูกนำไปทำประโยชน์ได้มากมาย ทั้งด้านการเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม การค้า และ การแพทย์ ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ จึงนับได้ว่านิวเคลียร์มีคุณประโยชน์ต่อชีวิตเราเป็นอย่างยิ่ง
                  แต่ในขณะเดียวกัน นิวเคลียร์ก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลก นั่นคือ สิ่งที่มีประโยชน์มหาศาล ก็สามารถเป็นอันตรายได้กับผู้ใช้ได้มากเช่นกัน หากเราใช้งานอย่างไม่เหมาะสม ดังนั้นผู้ทำงานกับรังสีจึงต้องมีการปฏิบัติตนตามกฏอย่างเคร่งครัด เพื่อจะทำงานได้อย่างปลอดภัยและใช้ประโยชน์จากนิวเคลียร์ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง  
                    
สำหรับกิจกรรมการทดลองที่นำมาให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับนิวเคลียร์และรังสีในวันนี้ มีด้วยกัน 5 ฐาน ประกอบด้วย

  

                1. ฐานกำบังรังสี  กิจกรรมนี้ให้น้องๆ ทำการอ่านค่าความแรงสี จากเครื่องวัดรังสีทั่วไป แล้วจงบอกว่าวัสดุใดสามารถที่จะ มีคุณสมบัติ กำบังรังสีได้ดีที่สุด โดยจะมีต้นกำเนิดรังสี อยู่ฝั่งหนึ่ง และอีกฝั่งในระนาบพื้นเดียวกัน ประมารณ 1 เมตร มีเครื่องวัดรังสีอยู่ แล้วนำเอาวัสดุต่างๆมากั้น แล้วอ่านค่าในเครื่องวัด เช่น กระดาษ ไม้กระดาน แผ่นเหล็ก อิฐ ตะกั่ว เป็นต้น

  

              2. ฐานตรวจวัดรังสีในธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่ให้น้องๆ ลองใช้เครื่องตรวจวัดรังสีแบบต่างๆ แล้วทำการวัด หาปริมาณรังสีในวัสดุต่างชนิดกัน เช่น อิฐ หิน กรวด ทราย เพื่อให้ได้ทราบว่า ในธรรมชาตินั้น มีรังสี อยู่จริงหรือไม่ ปริมาณมากน้อยเพียงใด พร้อมการอ่านค่าและจดบันทึก

  

              3. ฐานฝึกปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินทางรังสี  กิจกรรมนี้ ให้น้องลองสวมชุดป้องกันการเปรอะเปื้อนของสารรังสี ที่อาจจะมีการฟุ้งกระจายหรือ เปรอะเปื้อนอยู่ตามวัสดุต่างๆ โดยมีการกั้นพื้นที่ สมมติ เป็นบริเวณที่มีรังสีอยู่ แล้วให้น้องๆ สวมชุดป้องกันการเปรอะเปื้อน พร้อมกับการเข้าปฏิบัติการ หาวัสดุ ที่มีการเปรอะเปื้อน สารรังสี แยกออกจากบริเวณนั้น โดยใช้ ลูกอม แล้วให้น้องๆ ใช้ไม้คีบจับแทนมือ คีบจับแยกออกมาวางในภาชนะจำเพาะสารรังสี

  

              4. ฐานคำนวณหาค่าครึ่งชีวิต กิจกรรมนี้ให้น้องๆ กำลูกปัดไว้ในมือคนละกำแล้ว ทำการนับรวมลูกปัดของแต่ละคนว่าได้เท่าใด หลังจากนั้น วิทยากรจะบอกการลดค่าครึ่งชีวิตของสารต้นกำเนิดรังสีว่าเป็นจำนวนกี่เท่า แล้วจึงทำการ คำนวณค่าครึ่งชีวิต ของต้นกำเนิดรังสีนั้นว่ามีค่าครึ่งชีวิตลงเท่าใด เช่น นำจำนวนลูกปัด  800 เม็ดให้หาค่าครึ่งนี้ของต้นกำเนิดรังสีนี้ เป็นจำนวน 6 เท่า คือเท่าไหร่ ?.......คำตอบคือ 12.5 นั่นเอง

  

              5. ฐานตรวจสอบบริเวณที่มีการเปรอะเปื้อนสารรังสี กิจกรรมนี้ให้น้องๆ ลองใช้ เครื่องตรวจวัดรังสี ในการหาการเปรอะเปื้อนสารรังสีว่ามีที่ใดบ้าง คือ มีบริเวณที่มีการเปรอะเปื้อนสารรังสีอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเท่าใด ต้องให้น้องๆ เอาเครื่องตรวจวัดรังสี ไป ตรวจหา แล้ว กลับมาบอกว่ามีจำนวน ทั้งสิ้นในบริเวณที่กำหนดให้นี้ กี่จุด หากสามารถบอกได้อย่างถูกต้อง ก็สามารถทำกิจกรรมฐานนี้ผ่านเรียบร้อย

  

  

 

หน่วยงาน: 
สสก.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี