ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21161033
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 44.200.169.3
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก bunsoy@mhsri.go.th

รู้จักอาหาร กรด- ด่าง

 

 เรียบเรียงโดย.....บุญสรอย  บุญเอื้อ

          อาหารมีความจำเป็นต่อมนุษย์ทุกคน เพราะร่างกายมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารและพลังงานให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ปัจจุบันมีอาหารหลากหลายประเภทให้ผู้บริโภคเลือกหารับประทานตามความชอบของรสชาติทั้ง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด แต่ถ้าจะให้อร่อยต้องรสกลมกล่อม และที่สำคัญจะต้องถูกสุขลักษณะเพราะจะทำให้ตนเองและคนในครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค และอายุยืน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราจะเลือกกินอาหารที่ดีถูกสุขลักษณะแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าอาหารเหล่านั้นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ถ้ามีค่าความเป็นกรด-ด่างสูงเกินไปและขาดสมดุล ทำให้ร่างกายอ่อนล้าและหมดแรงได้ เราจึงควรรู้และเข้าใจอาหารกรด-ด่าง

อาหาร เกิดความเป็น กรด – ด่าง ได้อย่างไร

          ถ้าเราแบ่งอาหารตามผลทางปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นหลังจากขบวนการย่อย เราจะแบ่งได้เป็นอาหารที่เป็นกรดต่อร่างกาย กับอาหารที่เป็นด่างต่อร่างกาย ซึ่งค่าความเป็นกรด-ด่างนั้นไม่ได้วัดจากความเปรี้ยวหรือรสชาติของอาหารที่ลิ้นเราสัมผัสได้ แต่หมายถึงสิ่งที่หลงเหลืออยู่ขั้นสุดท้ายหลังจากขบวนการย่อยยกตัวอย่างเช่น ผลไม้ซึ่งมีรสเปรี้ยวเช่น ส้ม มะนาว สับปะรด แต่เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว หลังจากย่อยแล้วส่วนที่เหลือจะมีค่าเป็นด่าง เราจึงจัดให้ผลไม้เหล่านี้อยู่ในกลุ่มอาหารที่ทำให้ร่างกายเป็นด่าง ทั้งนี้เราจะจำแนกให้อาหารชนิดนั้นอยู่ในจำพวกไหนขึ้นอยู่กับผลสุดท้ายที่เกิดขึ้นหลังจากอาหารเหล่านั้นผ่านขบวนการย่อยเรียบร้อยแล้ว

          ขบวนการต่างๆในร่างกาย ทั้งการหายใจ การย่อยอาหาร การไหลเวียนโลหิต การผลิตฮอร์โมน โดยทุกระบบจะทำงานประสานกันเพื่อควบคุมสมดุลกรด-ด่าง(pH) ภายในร่างกาย เราสามารถทดสอบได้ง่ายๆว่าอาหารชนิดใดเป็นกรด หรือเป็นด่างได้ง่ายๆ โดยนำอาหารนั้นไปเผา(เปรียบได้กับการเผาผลาญอาหารในร่างกาย) แล้วจึงนำขี้เถ้าที่เหลือจากการเผามาเติมน้ำ จากนั้นนำไปวัดค่า pH อาหารที่มีแคลเซียม โพทัสเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โซเดียม แมงกานีสในปริมาณสูงจะให้ค่า pH เป็นด่างในขณะทีอาหารที่ประกอบด้วยฟอสฟอรัส คลอรีน ซัลเฟอร์ ซิลิกอน ไอโอดีน ฟลูออไรด์สูงจะให้ค่า pH เป็นกรด

ค่าความเป็นกรดด่าง (pH)

          การวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง จะใช้ค่าที่เรียกว่า ค่าพีเอช (pH) หรือค่าการวัดความเป็นกรดด่าง ซึ่งแบ่งเป็นช่วงตัวเลข 1–14  โดยใช้กระดาษลิตมัส  หรือใช้พีเอชมิเตอร์วัดค่า pH ถ้าค่าที่วัดออกมาได้มีค่าน้อยยิ่งมีความเป็นกรดสูง ถ้าค่ามากยิ่งมีความเป็นด่างสูง เช่น ค่าที่ 1-6 คือ ค่าน้อย มีสภาวะเป็นกรดสูง  ค่าที่ 8-14 คือ ค่ามาก มีสภาวะเป็นด่างสูง ถ้าค่า ph 7 เป็นค่ากลางไม่มีความเป็นกรดเป็นด่าง  ส่วนน้ำเลือดในร่างกายเรามีค่า pH ประมาณ 7.4 เป็นด่างเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเฉพาะการย่อยและดูดซึมอาหาร และการขจัดของเสียออกจากร่างกาย ส่วนกระบวนการอื่น ๆ ทั้งการหายใจ การไหลเวียนโลหิต การผลิตฮอร์โมน ที่ร่วมทำงานด้วยนั้นเพื่อควบคุมสมดุล pH ในร่างกาย

 

ภาวะความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย

          เซลล์ต่างๆ จะแข็งแรงเมื่อร่างกายมีภาวะเป็นด่าง เนื่องจากเซลล์ได้รับสารอาหารที่จำเป็นและออกซิเจนเพียงพอ ดังนั้นเมื่อใดที่เซลล์ขาดออกซิเจนนานๆ จะทำให้ส่วนต่างๆ ในร่างกายเสื่อม เช่น ของเสียคั่งรอบเซลล์ จึงเกิดโรคโดยเฉพาะเซลล์มะเร็งจะเจริญได้ดีในสภาวะเป็นกรด โดยพบว่าที่ค่า pH สูงกว่า 7.4 เล็กน้อยนั้น เซลล์มะเร็งจะหยุดพัฒนาหรือแพร่กระจาย และที่ค่า 8.5 เซลล์มะเร็งจะตาย แต่เซลล์ที่ดียังมีชีวิตอยู่

          ร่างกายเมื่อมีภาวะเป็นกรด จะมีอาการทั้งเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรงออกกำลังกาย ผิวพรรณแห้งหยาบ ไม่ชุ่มชื้น อ้วนลงพุง ท้องผูก ปวดเมื่อย สาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายมีความเป็นกรดสูง ได้แก่ ความเครียด สารพิษ เชื้อโรค และอาหาร

ความเป็นกรด-ด่างในอาหาร 5 หมู่

           อาหาร 5 หมู่ แบ่งกลุ่มความเป็นกรด-ด่าง เมื่อร่างกายย่อยแล้ว ได้ดังนี้ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันจะกลายเป็นกรด ส่วนผัก ผลไม้จะเป็นด่าง เมื่อเรารู้จักอาหารกรด-ด่างแล้ว สามารถเลือกอาหารเพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดขยะหรือเกิดกรดในร่างกาย เช่น ถ้ากินอาหารโปรตีนมากเกินไปจะเกิดกรดยูริก อาหารไขมันย่อยแล้วได้กรดไขมันหรือคอเลสเตอรอล ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เริ่มจากน้ำหนักเกิน ความดันโลหิตสูง มีผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจเฉียบพลัน ส่วนกรดยูริกทำให้เป็นโรคเก๊าท์ ปวดตามข้อ

          อาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเป็นด่าง ได้แก่ ต้นงอก ผัก (โดยเฉพาะหน่อไม้ฝรั่ง วอเตอร์เครส แตงกวา ถั่ว ผักกาด ผักชีฝรั่ง เครื่องเทศ หัวหอม คึ่นฉ่าย แครอท) ผลไม้ (โดยเฉพาะ มะนาว ส้ม สับปะรด กีวี เชอรี่ สตรอเบอร์รี แตง แอปเปิ้ล แอพริคอท อโวคาโด)  คีเฟอร์ โยเกิร์ต ชาสมุนไพร  นอกจากอาหารแล้วความคิดในแง่บวก เช่น ความสุข สมหวังก็ทำให้ร่างกายมีค่าเป็นด่างด้วย

          อาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเป็นกรด ได้แก่ พวกแป้งและโปรตีน (พวกเนื้อสัตว์และแป้ง น้ำตาลขัดสี) ชา กาแฟ น้ำอัดลม สุรา เบียร์ เกลือ น้ำตาล อาหารสำเร็จรูป ผงชูรส และความเครียด ตลอดจนความคิดในแง่ลบ (โกรธ เกลียด ซึมเศร้า) ก็ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดสภาวะเป็นกรด ส่วนเมล็ดธัญพืชทุกชนิด รวมถึงถั่ว มีคุณสมบัติเป็นกรด ยกเว้นเมื่อนำมาปลูกเป็นต้นงอก จะมีคุณสมบัติเป็นด่าง

            จะเห็นได้ว่าอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน มีทั้งความเป็นกรดและด่าง ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองจะต้องปรับพฤติกรรมการกินและควรลดความเครียด รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะ เป็นกรด เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดอง ไขมันทุกชนิด อาหารทอดน้ำมัน เป็นต้น ในทางกลับกันควรรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเป็นด่างให้มากขึ้น เช่น ต้นงอก ผัก ผลไม้ รวมทั้งพยายามความคิดในแง่บวก สร้างความสุข สมหวัง ก็จะทำให้ร่างกายมีค่าเป็นด่างด้วย 

ข้อคิด : อาหารทุกชนิดมีประโยชน์  อยู่ที่...การเลือกรับประทานให้เหมาะสม

ขอขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิง : http://health.kapook.com /: http://www.goodhealth.co.th/

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี