ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21161708
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 44.200.169.3
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก bunsoy@mhsri.go.th

 ยาปฏิชีวนะ.....ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

เรียบเรียงโดย.....บุญสรอย บุญเอื้อ

          การเจ็บป่วยเป็นเรื่องปกติซึ่งทุกคนต้องเจอะเจอ ทั้งที่เกิดกับตนเอง คนในครอบครัว ญาติพี่น้องและบุคคลอื่นๆ อีกมากมาย  เมื่อมีการเจ็บป่วยจะหนักหรือเบาก็ตาม แพทย์ผู้ตรวจจะเป็นผู้วินิจฉัยและจ่ายยา ซึ่งแต่ละโรคก็จะมีการบำบัดรักษาด้วยยาตามลักษณะอาการมีทั้งยาแก้ไข้ แก้ปวด แก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ หลายคนคงสงสัยว่า ยาแก้อักเสบ กับ ยาปฏิชีวนะ ต่างกันอย่างไร

          ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือชะลอหรือต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ใช้รักษาเฉพาะโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น เช่น ทอนซิลอักเสบเป็นหนอง ยาปฏิชีวนะ มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน เตตร้าซัยคลิน เอซิทโทรมัยซิน ซิพโพรฟล็อกซาซิน  โคทรัยม็อกซาโวล  ซัลฟาคลินดามัยซิน แต่ละชนิดใช้รักษาแบคทีเรียที่ต่างกันซึ่ง ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส และไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ

          ยาแก้อักเสบ หรือ ยาต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory drugs) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ลดการอักเสบ  ลดไข้ บรรเทาปวด ลดบวมแดง เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การอักเสบส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา เช่น หลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ คออักเสบจากเชื้อไวรัส ข้ออักเสบจากโรคเกาต์ อาการปวดข้อ ปวดกระดูก เป็นต้น

ลักษณะการอักเสบ  การอักเสบมี 2 แบบ คือ

1. อักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
           2. อักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

             การอักเสบส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่การอักเสบเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น โรคภูมิแพ้ คออักเสบจากเชื้อไวรัส ผิวหนังอักเสบจากการแพ้แดดหรือสารเคมี กล้ามเนื้ออักเสบจากการยกของหนัก

อันตราย....หากใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ

          การใช้ยาปฏิชีวนะ จะต้องคำนึงถึงสาเหตุของโรคและทางที่ดีจะต้องพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรค จ่ายยาตามอาการ และกำหนดปริมาณในการกิน ทั้งนี้ คนไข้จะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตาม มิฉะนั้น อาจเกิดอาการดังนี้
          แพ้ยา มีตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น มีผื่น คัน จนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เช่น รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก และช็อก
          อาการข้างเคียง มีตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ ท้องเดิน, อาการรุนแรง เช่น ตับอักเสบ และเอ็นร้อยหวายฉีกขาด
          ดื้อยา ถ้าเชื้อดื้อยาทำให้ต้องกินยาปฏิชีวนะชนิดที่อันตรายมากขึ้น เสียเงินขึ้น ใช้เวลารักษานานขึ้น สุดท้ายยาอะไรก็รักษาไม่หาย เชื้อดื้อยาสามารถติดต่อได้ผ่านทางการไอ จาม และทางการรับประทาน ถ้าเชื้อดื้อยากระจายออกไปจะเป็นอันตรายร้ายแรงมากต่อสังคมไทย

เหตุใดจึงใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น

          สาเหตุที่ใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น เพราะขาดความรู้ คิดว่า ยาแก้อักเสบ คือ ยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อได้ ผู้ป่วยรู้จักยาตามโฆษณาหรือมีคนแนะนำ และโรงพยาบาลอีกหลายแห่งยังคงจัดยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นไว้ในบัญชี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงรณรงค์สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยจำนวนคนไข้ในโรคเป้าหมาย เช่น หวัด เจ็บคอ โรคท้องร่วงเฉียบพลัน แผลเลือดออก ได้รับยาปฏิชีวนะลดลง คนไข้ในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการที่ไม่ได้รับยาปฏิชีวนะกลับรักษาจนหายเป็นปกติได้ถึงร้อยละ 90 และมีความพึงพอใจ

          สถานพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งยังมีบัญชีรายชื่อยาปฏิชีวนะอยู่มาก เพราะมีข้อจำกัดทั้งปัญหาแนวนโยบาย กฎระเบียบ และการทำธุรกิจของบริษัทยากับโรงพยาบาล ทั้งนี้ จะมีโรงพยาบาลศิริราช รามาธิบดี และ พระมงกุฎเกล้า ได้พยายามแก้ไขปัญหานี้แล้ว

ปัจจัยต่อประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ:

          แบคทีเรียที่ก่อโรคมีหลากหลายเป็นร้อยๆ สายพันธุ์ ดังนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะฆ่าแบคทีเรียให้มีประสิทธิภาพ จึงต้องใช้ยาปฏิชีวนะให้ตรงกับชนิดของเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนั้น ยังขึ้นกับอีกหลายปัจจัยที่สำคัญคือ ขนาดของยา (Dose) ระยะเวลาในการให้ยา และประสิทธิภาพในการ ดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกายเช่น วิธีกินยา ฉีดยา กินก่อนอาหารหรือกินหลังอาหาร

ข้อปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

ไม่เรียกยาปฏิชีวนะ ว่า ยาแก้อักเสบ เพราะทำให้เข้าใจผิดว่าอาการอักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งไม่ถูกต้อง

          สอบถามแพทย์ หรือเภสัชกรผู้จ่ายยาถึงความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะ
          ไม่เรียกร้องยาปฏิชีวนะจากแพทย์ หรือซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะอันตรายมาก และทำให้เชื้อดื้อยา
          อย่าใช้ยาปฏิชีวนะตามที่คนอื่นแนะนำ เพราะยานั้นอาจเหมาะสมกับเขา แต่อาจเป็นอันตรายกับเรา เพราะโรคและสภาพร่างกายของแต่ละคนต่างกัน
          ระลึกเสมอว่ายาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น หากจะใช้ต้องมั่นใจว่ามีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น

          เมื่อจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยกินยาให้ครบตามขนาดและตามกำหนดอย่างเคร่งครัด

ข้อคิด : เมื่อเกิดการเจ็บป่วยที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ อย่ารีบใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับตัวคุณ ครอบครัว และสังคม

ขอขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิง : http://health.kapook.com /: http://www.hsri.or.th/(newsser.fda.moph.go.th) 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี