ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21161760
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 44.200.169.3
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก bunsoy@mhsri.go.th

ฟอร์มาลิน...สารอันตรายในอาหาร !!

เรียบเรียงโดย.....บุญสรอย บุญเอื้อ

          เมื่อพูดถึงคำว่า ฟอร์มาลิน หลายคนคงรู้จักและได้ยินชื่อสารฟอร์มาลินกันมานานมากแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าใช้ในการดองศพ หรือฉีดศพ เพื่อป้องกันไม่ให้ศพเน่าเปื่อย แต่ปัจจุบันมีการนำสารฟอร์มาลินนี้มาใช้กับอาหาร เพื่อป้องกันการเน่าเสียและสามารถจัดเก็บได้นานขึ้นยิ่งขึ้น แต่....ถ้าร่างกายคนเรารับสารดังกล่าวในปริมาณที่มากก็จะทำให้มีอันตรายถึงแก่ชีวิต

ฟอร์มาลิน คืออะไร

          ฟอร์มาลิน (Formalin) หรือ สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) มีสูตรทางเคมีว่าCH2O เป็นสารละลายที่ประกอบด้วยแก๊สฟอร์มัลดีไฮด์ร้อยละ 37-40 เป็นสารเคมีที่มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นฉุน แสบจมูก โดยปกติสารละลายนี้จะไม่เสถียรหากเก็บไว้นาน โดยเฉพาะในที่ที่มีอุณหภูมิสูงจะกลายเป็น กรดฟอร์มิก ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อน

คุณสมบัติของฟอร์มาลิน

          ฟอร์มาลิน มีคุณสมบัติ หลายทาง เช่น ทางการแพทย์จะใช้สำหรับดองศพไม่ให้เน่าเปื่อย ฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และทำความสะอาดห้องผู้ป่วย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการแพทย์ หรือในวงการอุตสาหกรรม ก็มีการนำสารฟอร์มาลินมาใช้เป็นส่วนประกอบและสารตั้งต้นของผลิตภัณฑ์กาว(วิทยาศาสตร์) ผ้าใยสังเคราะห์ น้ำยาเคลือบเงาไม้ สีทาบ้าน วัสดุบุผิว เตาแก๊สหุงต้ม เฟอร์นิเจอร์ พลาสติก พาร์ติเคิลบอร์ด ฝ้าเพดานสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนในอุตสาหกรรมสิ่งทอจะใช้เป็นน้ำยาอาบผ้าไม่ให้ย่น และจากคุณสมบัติที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อราจึงถูกนำไปใช้ในการเก็บรักษาธัญพืชหลังการเก็บเกี่ยวและใช้เพื่อป้องกันแมลง แต่....ไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร 

          ด้วยคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ พ่อค้า แม่ค้า ที่เห็นแก่ได้  จึงนิยมนำสารฟอร์มาลินมาใช้ในการเก็บรักษาอาหารสดต่างๆ  เพื่อให้คงความสดได้นาน ไม่เน่าเสียเร็ว เช่น  อาหารทะเลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ปู  ปลา ปลาหมึก อีกทั้งประเภทเนื้อสัตว์ต่างๆ ตลอดจนผักสดหลากหลายชนิด เช่น ถั่วฝักยาว ชะอม หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว คะน้า ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก เห็ด ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่มักจะพบว่ามีฟอร์มาลิน และก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ 

ฟอร์มาลินในอาหารให้โทษอย่างไร

          การปนเปื้อนของฟอร์มาลินในอาหารเกิดขึ้นจากผู้ใช้ต้องการถนอมอาหารให้สดใหม่ รักษาสภาพอาหารไม่ให้เน่าเสีย  อาหารชนิดต่างๆ ในธรรมชาติมีการสร้างฟอร์มัลดีไฮด์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว (ในระดับไม่เกิน 30-50 ส่วนในล้านส่วน) และร่างกายมนุษย์สามารถกำจัดฟอร์มาลินในระดับที่พบตามธรรมชาติได้ ฟอร์มาลินตามธรรมชาติสามารถสลายตัวได้โดยแสงอาทิตย์ ออกซิเจน และความร้อน แต่การใช้ฟอร์มาลินในปริมาณมากเกินไปทำให้เกิดการตกค้างในอาหารและจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยค่า lethal dose (LD50) ในหนูประมาณ 50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม  การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนฟอร์มาลินในปริมาณสูง หรือบริโภคอาหารปนเปื้อนในปริมาณมาก นั้นทำให้เกิดความผิดปกติและมีพิษต่อระบบต่างๆ เกือบทั่วทั้งร่างกาย ดังนี้

          1. พิษต่อระบบทางเดินหายใจ  หากได้รับในรูปของไอระเหยของฟอร์มัลดีไฮด์ แม้จะปริมาณต่ำ ๆ ถ้าถูกตาจะระคายเคืองตามาก  ถ้าสูดดมเข้าไปจะทำให้หลอดลมบวม  ทำให้แสบจมูก เจ็บคอ ไอ หายใจไม่ออก ปอดอักเสบ น้ำท่วมปอด ทำให้เป็นแผลหรือถึงขั้นตาบอด ถ้าสูดดมเข้าไปมาก ๆ จะทำให้น้ำท่วมปอด จนหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก  และตายในที่สุด  อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหลายชั่วโมงหลังจากได้รับสารโดยไม่มีอาการเจ็บปวด เลยก็ได้  หากได้รับปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะมีอาการไอและหายใจติดขัดเพราะหลอดลมอักเสบ เป็นต้น

          2. พิษร้ายแรงต่อระบบทางเดินอาหาร  เมื่อรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนฟอร์มาลินในปริมาณมากจะทำให้ปวดศีรษะอย่างรุนแรง  หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก ปากและคอแห้ง คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายท้อง ปวดท้องอย่างรุนแรง กระเพาะอาหารอักเสบ เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หากได้รับสารนี้โดยการบริโภค จะเกิดอาการพิษโดยเฉียบพลัน ซึ่งอาการมีตั้งแต่ปวดท้องอย่างรุนแรง  อาเจียน อุจจาระร่วง  ปัสสาวะไม่ออก หมดสติ  ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเสียชีวิตเพราะระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลว ถ้าหากได้รับในปริมาณ 60-90 ซีซี จะทำให้การทำงาน ตับ ไต หัวใจ และสมองเสื่อมลง และก่อให้เกิดการปวดแสบปวดร้อนที่คอและปาก  เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง หมดสติได้ นอกจากนี้ยังพบว่าฟอร์มาลินเป็นสารก่อมะเร็งด้วย

          3. มีผลต่อผิวหนัง  เมื่อสัมผัสจะเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน เป็นผื่นแดงเหมือนลมพิษจนถึงผิวหนังไหม้เปลี่ยนเป็นสีขาวได้หากสัมผัสโดยตรง

วิธีการเลือกอาหารที่ปลอดสารฟอร์มาลิน

          การบริโภคอาหารให้ปลอดภัยจากอันตรายของสารฟอร์มาลิน  จึงควรตรวจสอบดูว่า อาหารเหล่านั้นมีฟอร์มาลินปนเปื้อนอยู่หรือไม่  โดยสังเกตเบื้องต้นว่าอาหารนั้นมีความผิดปกติไปจากธรรมชาติหรือไม่ เช่น เนื้อสัตว์ยังสด แม้จะถูกแสงแดดหรือลมเป็นเวลานาน ผักหรือผลไม้มีลักษณะแข็ง กรอบ  หรือเขียวผิดปกติ หรือหากดมส่วนใบหรือก้านของผัก พบว่ามีกลิ่นแสบจมูก หรืออาหารทะเล เช่น  ปลา กุ้ง มีเนื้อบางส่วนแข็ง บางส่วนเปื่อยยุ่ย ดังนี้จึงไม่ควรซื้อมารับประทาน เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารฟอร์มาลิน

 

การกำจัดฟอร์มาลินในอาหารอย่างง่ายๆ

          ผู้บริโภคส่วนมากไม่ทราบถึงการปนเปื้อนของฟอร์มาลินในอาหาร เพราะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและทำการตรวจสอบยาก แม้จะนำไปล้างน้ำหรือผ่านความร้อน ฟอร์มาลินจะสลายไปเพียงบางส่วน วิธีการป้องกันที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง คือการนำอาหารไปแช่ด้วยสารละลายด่างทับทิมเจือจาง ประมาณ 5-10 นาที โดยใช้ด่างทับทิมประมาณ 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4-5 ลิตร ฟอร์มาลินจะทำปฏิกิริยากับน้ำด่างทับทิม กลายเป็นฟอร์เมต (กรดมด) และละลายไปกับน้ำ

ข้อคิด : การเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเดียวไม่เพียงพอ จะต้องเลือกอาหารที่สะอาดไร้สารอันตรายปนเปื้อนและต้องสังเกตอาหารให้ดีทุกครั้งก่อนซื้อ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอายุยืนยาวและไม่ต้องรับสารพิษต่างๆ เข้ามาสะสมในร่างกายให้เสียสุขภาพและอาจถึงแก่ชีวิตได้  ในทำนองเดียวกัน บรรดาแม่ค้าอาหารสดทั้งหลาย โปรดหยุดใช้สารฟอร์มาลินในอาหารจะดีที่สุด เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคและตัวคุณเอง

ขอขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิง : www.manager.co.th/www.occmedrayong.com/ www.nicaonline.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี