ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21161772
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 44.200.169.3
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก bunsoy@mhsri.go.th

น้ำแร่ดีต่อสุขภาพอย่างไร

 

 

เรียบเรียงโดย .... บุญสรอย  บุญเอื้อ

 

         ร่างกายของคนเราในแต่ละวันนั้น  ต้องการน้ำเพื่อใช้ในกระบวนการต่างๆ เช่น การขับเหงื่อ ขับของเสียออกจากร่างกายและช่วยในการไหลเวียนของโลหิตเพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น ปัจจุบันนี้มีน้ำให้เราเลือกดื่มได้อย่างหลากหลายทั้งน้ำดื่มสะอาดธรรมดาและน้ำแร่ แต่ในน้ำแร่นั้นจะมีแร่ธาตุต่างๆ ที่ร่างกายต้องการมากกว่าน้ำดื่มสะอาดธรรมดา เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม เป็นต้น

 

น้ำแร่ คืออะไร

         น้ำแร่ (Mineral Water) คือ น้ำบาดาลที่มาจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำพุธรรมชาติ น้ำพุร้อนหรือน้ำผุดที่ขึ้นมาจากผิวดินซึ่งมีหลายแห่งในประเทศไทย ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้    โดยแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ คือน้ำที่เกิดอยู่ในชั้นหิน ชั้นดิน ชั้นกรวดทราย ซึ่งเป็นการกรองโดยธรรมชาติ ผ่านกระบวนการสะสมแร่ธาตุที่ปะปนอยู่ตามธรรมชาติ กลายเป็นการสร้างคุณสมบัติของน้ำแร่เฉพาะแหล่งนั้น โดยหลัก ๆ จะมีแร่ธาตุอยู่ 5 ชนิด คือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และกำมะถัน แต่จะมีแร่ชนิดไหนมากกว่ากันขึ้นอยู่กับแหล่งของน้ำ และรสชาติที่แตกต่างก็เช่นกันจะขึ้นอยู่ว่าน้ำนั้นมีแร่ธาตุอะไรมากกว่ากัน เช่น ถ้ามีรสเค็มก็เป็นเพราะมีโซเดียมมากกว่าแร่ธาตุอื่น ๆ

         กระทรวงสาธารสุข ได้บัญญัติให้น้ำแร่ธรรมชาติเป็นอาหาร ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 199 (พ.ศ. 2546) เรื่องน้ำแร่ธรรมชาติ  มาตรฐานของน้ำแร่ธรรมชาติต้องใส ไม่มีตะกอน มีแร่ธาตุที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีสารปนเปื้อนไม่เกินปริมาณที่กำหนด และไม่มีจุลินทรีย์ที่ก่อโรค

 

ประโยชน์ของน้ำแร่

         การดื่มน้ำแร่ธรรมชาติที่มีปริมาณแร่ธาตุที่พอเหมาะ จะช่วยเสริมสุขภาพร่างกายไม่ให้ขาดแร่ธาตุที่จำเป็น หรือช่วยให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ถึงแม้น้ำแร่จะมีประโยชน์มากก็จริงแต่ผู้บริโภคจะต้องคำนึงถึงปริมาณของแร่ธาตุในน้ำแร่นั้นๆ เพราะการดื่มน้ำแร่ที่มีปริมาณแร่ธาตุเกินกว่าที่กำหนดก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะโลหะหนักซึ่งเป็นส่วนผสมอยู่ในธรรมชาตินั้น จะต้องมีในปริมาณที่น้อยที่สุด

                น้ำแร่ที่ผลิตในแต่จะแหล่งต่างมีคุณสมบัติเฉพาะ จึงสร้างจุดขายได้ต่างกันไป เช่น น้ำแร่ที่มีส่วนประกอบเป็นเกลือซัลเฟตของโซเดียมหรือแมกนีเซียม จะเป็นยาระบาย น้ำแร่ที่เป็นด่างและมีเกลือไบคาร์บอเนตจะช่วยลดกรดในกระเพาะ เป็นต้น 

น้ำแร่ที่มีความกระด้างเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และอุณหภูมิในร่างกาย (37 องศาเซลเซียส) ไม่สูงที่จะทำให้ความกระด้างเปลี่ยนรูปเป็นตะกอนสะสมจนเกิดเป็นนิ่ว สาเหตุที่แท้จริงของการเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เกิดจากการดื่มน้ำน้อย ทำให้เกลือแร่ที่มีอยู่ในน้ำปัสสาวะเข้มข้นจนเกิดการตกผลึกขึ้น น้ำดื่ม รวมทั้งน้ำแร่ดื่มกินที่มีความกระด้างจะมีแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ต้องทำงานร่วมกันในการช่วยหดตัว คลายตัวของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ  นอกจากนี้แคลเซียมเป็นตัวเร่ง (Co-Factor) การทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกายมนุษย์ เช่น การสร้าง DNA เป็นต้น ช่วยรักษาสมดุลด่างในร่างกาย และช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน  ส่วนแมกนีเซียมมีประโยชน์เสริมกัน คือ เป็นตัวเร่ง (Co-Factor) ให้กับเอนไซม์ ซึ่งมีหน้าที่เผาผลาญอาหาร แป้ง น้ำตาล และไขมัน  แมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบของเลซิติน (Lecitin) ป้องกันไม่ให้คลอเรสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นและป้องกันการเกิดนิ่วเนื่องจากการจับตัวของแคลเซียมออก ซาเลต (Calcium Oxalate) ในไตและ  ในถุงน้ำดี

         ความกระด้างของน้ำจากธรรมชาติดังกล่าว เกิดจากการที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศรวมตัวกับน้ำฝนเกิดเป็นกรดคาร์บอนิกซึ่งเป็นกรดอ่อน เมื่อไหลซึมผ่านไปสัมผัสกับชั้นหินปูนซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนต และแมกนีเซียมคาร์บอเนตเป็นองค์ประกอบหลัก จะละลายหินปูน ทำให้น้ำมีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมเจือปนมากขึ้น ส่งผลให้น้ำมีความกระด้าง

 

จำเป็นไหม? กับการดื่มน้ำแร่

         จากการที่น้ำแร่มีปริมาณแร่ธาตุมากกว่าน้ำสะอาดทั่วๆ ไป ทำให้หลายคนเข้าใจว่า ถ้าอย่างนั้นการดื่มน้ำแร่ก็น่าจะดีกับสุขภาพมากกว่าการดื่มน้ำสะอาดทั่วๆ ไป เพราะจะได้รับแร่ธาตุมากกว่า  แต่ความจริงแล้ว .....เราไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำแร่ก็ได้ หากเราไม่ได้เจ็บป่วยหรือร่างกายไม่ขาดแร่ธาตุตัวใด เพราะร่างกายของเราได้รับแร่ธาตุวิตามินมาจากอาหารที่เรารับประทานทุกวันอยู่แล้ว

 

บุคคลใดบ้างที่ต้องระวังในการดื่มน้ำแร่

น้ำแร่  ใช่ว่าทุกคนจะดื่มได้ ยังมีอีกหลายกลุ่มคนที่ต้องระวังการดื่มน้ำแร่ให้มาก เพราะถ้าได้รับแร่ธาตุบางอย่างในน้ำแร่มากเกินไป มีผลกระทบอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงและระวัง  คือ

         - คนที่มีความดันโลหิตสูง เพราะในน้ำแร่มีธาตุโซเดียมมาก จะทำให้ความดันโลหิตยิ่งสูงขึ้น
         - หญิงตั้งครรภ์ เพราะทำให้แร่ธาตุโลหะหนักไปสะสมในตัวทารกได้
         - ผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต หรือทางเดินปัสสาวะไม่ดี เพราะน้ำแร่อาจไปตกตะกอน ทำให้เกิดตะกรันนิ่วอุดท่อปัสสาวะ
         - ผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะในน้ำแร่มีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ
         - เด็กเล็ก หากดื่มน้ำแร่มากเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุบางชนิดเกินปริมาณที่เหมาะสม และอาจมีปัญหาสุขภาพตามมา
         - ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารปริมาณมาก

         - ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็ง

 

ข้อควรรู้ในการเลือกซื้อน้ำแร่

         ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่ต้องระวังเมื่อจะดื่มน้ำแร่ แต่ก่อนซื้อน้ำแร่ก็ต้องอ่านข้างขวดให้รู้ว่า น้ำแร่ขวดนั้นมีแร่ธาตุอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง แร่ธาตุเหล่านั้นเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ เพราะถ้าเกินมาตรฐาน อาจทำให้ร่างกายมีแร่ธาตุนั้น ๆ ตกค้างอยู่มากเกินไปและเป็นอันตรายได้ ดังนั้นเราต้องจำค่ามาตรฐานของแร่ธาตุที่ร่างกายควรได้รับ

ธาตุเหล็ก ไม่ควรเกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร

          - แมงกานีส ไม่เกิน 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร
          - ทองแดง ไม่ควรเกิน 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
          - สังกะสี ไม่ควรเกิน 5.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
          - ซัลเฟต ไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร
          - ฟลูออไรด์ ไม่ควรเกิน 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
          - ไนเตรท ไม่ควรเกิน 45 มิลลิกรัมต่อลิตร 
          - คลอไรด์ ไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

ข้อสรุป

         น้ำแร่ ก็คือน้ำที่มีแร่ธาตุมากกว่าน้ำสะอาดธรรมดาที่เราดื่มกันทุกวัน เราจะดื่มน้ำแร่หรือไม่ดื่มก็ได้ เพราะร่างกายของเราก็ได้รับแร่ธาตุจากการทานอาหารปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าใครจะดื่มน้ำแร่ก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่ต้องระวังว่าอย่าดื่มทุกวัน และอย่าดื่มมากเกินไป เพราะแร่ธาตุอาจไปสะสมในร่างกายจนเสียสมดุลได้ แทนที่จะไปบำรุงสุขภาพกลับไปกระตุ้นให้เกิดโรคแทน

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิง   : http://health.kapook.com / http://www.catwalktotravel.com/

  : Mahidol.ac.th /: (ประปาไทย.คอม) (dgr.go.th)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี