ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 10 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 24 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21206702
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 3.236.121.117
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

ผมเคยได้รู้จักคำว่า AAR ครั้งแรกเมื่อมีการฝึกอบรมเกี่ยวกับความรู้ ด้าน KM ในคณะเภสัชศาสตร์ รู้สึกชื่นชอบและสนใจกับการทำ AAR มาตั้งแต่นั้นมา แต่ก็ยังไม่ค่อยได้นำมาใช้

มาวันนี้เลยไปหาความรู้ เพิ่มเติมมาเขียนบันทึกเตือนควาจำไว้ เผื่อวันหลังอยากหยิบจับมาใช้จะได้มาหาได้ง่ายๆ ว่ามันคืออะไร ยังไง ประกอบด้วยอะไรบ้าง และขั้นตอนเป็นเช่นไรครับ ลองอ่านๆ และลองนำไปใช้กันดูนะครับ  

AAR (After   Action  Review ) คือ

  • การเรียนรู้ก่อนดำเนินการ
  • เรียนรู้ระหว่างทำงาน
  • เรียนรู้หลังทำงาน 

AAR หรือAfter Action Review: หรือ ชื่อภาษาไทยว่า “เรียนรู้ระหว่างทํางาน”ขั้นตอนหนึ่งในวงจรการทํางานเป็นการทบทวนวิธีการทํา งานทั้งด้านความสําเร็จและ ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อค้นหาคนที่ทําผิดพลาด ไม่ใช่การกล่าวโทษใครทั้งสิ้นแต่เป็นการ ทบทวนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทํางาน เพื่อแก่ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ให้เกิดป็ญหานี้ขึ้นอีก ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งวิธีการที่ดีอยู่แล้ว

AAR มีใช้ครั้งแรกในกองทัพของสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณปี1970 โดยมีวัตถุประสงค์ในขณะนั้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของกองทัพ แก้ไขช่องโหว่ที่อาจทําให้เป็นรองฝ่ายตรงข้ามหรือทําให้สูญเสียทหารฝีมือดี ในการทําศึกสงคราม และสิ่งสําคัญคือได้ฝึกการทํางานเป็นทีม ไปพร้อมกันด้วย จนกระทั่งปี 1990 ภาคธุรกิจซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีภาวะการแข่งขันสูงและ แข่งขันตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอดขององค์กรได้เริ่มนําเทคนิคนี้มาใช้ใน การทํางานเพื่อพัฒนาองค์กรเพื่อส่วนครองตลาดที่สูงขึ้นหรือเพื่อกําไรที่มาก ขึ้น ซึ่งจุดนี้เองที่ทําให้เทคนิคนี้ได้รับความสนใจอย่างมากมายและต่อเนื่องมาจน ถึงปัจจุบัน

ทําไมAAR จึงได้รับความสนใจมากมายนักเรามาดูกันว่าจุดเด่นของ AAR มีอะไรบ้าง

1. ทําให้เรียนรู้ว่าในการทํางานต่างๆ ไม่ควรชื่นชมความสําเร็จแต่เพียงด้านเดียว ต้องยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย และควรให้ความสนใจมากกว่าความสําเร็จด้วยซํ้าเพราะปัญหาคือโอกาสในการพัฒนา คนเพื่อพัฒนางานนั่นเอง

2. ฝึกการรับฟังความคิดเห็นหรือคําแนะนําของเพื่อนร่วมงาน ที่อาจทําให้คุณได้รู้ว่า “ทุกปัญหามีทางออก” นั้นเป็นอย่างไร

3. ฝึกการทํางานเป็นทีม

4. สามารถใช้เทคนิคนี้กับงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานประจําที่ดูเหมือนว่าไม่สําคัญเช่นการรับโทรศัพท์ การจัดประชุม ไปจนถึงโครงการระยะยาวที่ได้รับเงินสนับสนุนหลายพันล้านบาท

5. ผู้ที่เข้าร่วมคือเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมแผนกหรือทีมงาน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากPeer Assist ที่เป็นการขอคําแนะนําจากผู้รู้ภายนอกกลุ่ม

วิธีการในการทําAAR ก็ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนแต่อย่างใด เพียงแต่คุณตอบคําถาม 4 ข้อนี้และทําให้ครบ 7 ขั้นตอนเท่านั้นเอง

4 คําถามกับ AAR คือ

1. สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากการทํางานคืออะไร

2. สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร

3. ทําไมจึงแตกต่างกัน

4. สิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการลด/แก้ความแตกต่างคืออะไร

 

7 ขั้นตอนกับ AAR

1. คุณควรทําAAR ทันทีทันใดหรืออยjางเร็วที่สุดหลังจากจบงานนั้นๆ

2. ไมjมีการกล่าวโทษ ซํ้าเติม ตอกยํ้าซึ่งกันและกัน ไม่มีความเป็นเจ้านายหรือลูกน้องมีแต่บรรยากาศที่เป็นกันเอง

3. มี“คุณอํานวย” คอยอํานวยความสะดวก กระตุ้น ตั้งคําถามให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของตน

4. ถามตัวคุณเองว่าสิ่งที่คุณควรได้รับคืออะไร

5. หันกลับมาดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร

6. ความแตกต่างคืออะไร ทําไมจึงต่างกัน

7. จดบันทึกเพื่อเตือนความจําว่าวิธีการใดบ้างที่คุณได้เคยนํามาแก้ปัญหาแล้ว 

อย่าง ไรก็ตาม คุณต้องเข้าใจว่าคําตอบหรือวิธีแก้ปัญหาที่ได้จากการทําAAR คงไม่ใช่คําตอบสุดท้ายสําหรับงานของคุณ เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยนไป บริบทเปลี่ยนไป ย่อมทําให้เกิดปัญหาใหม่ได้ตลอดเวลา ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย

แต่อย่างไรก็ดีเท่าที่ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมมานอกจาก AAR แล้วเรายังมีอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน ที่ใช้กันปกติเราใช้กัน 3R (Review) 

 BAR = Before Action Review ทบทวนก่อนกิจกรรม หรือ ภาระกิจเกิด

 DAR = During Action Review ทบทวนระหว่างกิจกรรมนั้นดำเนินการ ยังไม่เสร็จ

 AAR = After Action Review ทบทวนหลังกิจกรรมสำเร็จ เสร็จสิ้น

เพื่อนสมาชิกชาวแชร์ ท่านใดมีการนำ AAR ไปใช้ในการทำงาน หรือฝึกอบรมแล้ว ก็นำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ ว่าผลที่ได้เป็นยังไงบ้างครับ ส่วนอีก 2 อย่าง คือ BAR กับ DAR  นั้นวันหลังจะหาข้อมูลมาเขียนบันทึกไว้ครับ

ที่มา http://share.psu.ac.th/blog/kmtips/4785

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี