ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 10 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 24 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21206337
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 3.236.121.117
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

จากที่ผมได้เคยเขียนในเรื่อง เทคโนโลยี "ระบบการปลูกข้าวต้นเดี่ยว (System of Rice Intensification, SRI)"

ที่ได้นำไปถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับหมู่บ้านข้าวเหลืองอินทรีย์[SciV 081]  บ้านโคกล่าม ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์  จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ทำให้ภายในชุมชน นำโดย คุณพ่อชุมพล เกษตรดีเด่น ระดับจังหวัดของปีนี้ ถึงกับยอมรับในเทคโนโลยี ดังกล่าว และไปส่งเสริม สอนให้กับหมู่บ้านที่มาสมัครเป็นลูกข่าย จนเกิดกระบวนการถ่ายทอดเองค์ความรู้จากพื้นที่หนึ่งไป ยังอีกพื้นที่หนึ่ง จุดที่ผมคิดว่าเป็นตัวที่สร้างให้เกิดการยอมรับในเทคโนโลยีดังกล่าว คือ การไปจัดทำแปลงสาธิต ที่ใส่กระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ เข้าไป มีการจดบันทึก มีการสังเกต มีการสรุปผล จนเกิดเป็นองค์ความรู้ นำไปสู่การยอมรับ นำไปสู่การลดต้นทุนผลผลิตต่อไร่ลงกว่า 4000 บาท ต่อคนต่อไร่

คิดต่อว่าแล้วอะไรจะเป็นอุปสรรคต่อข้าวต้นเดี่ยว เท่าที่ผมมองมีอยู่ 2 อย่าง คือ

1. การบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่ ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้ต้องการความรู้ในการจัดการน้ำในระดับพื้นที่พอสมควร

2. ค่าแรงงาน ซึ่งค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่ ของการทำนาในปัจจุบัน  ซึ่งในปัจจุบันถามว่าค่าแรง 300 บาท มีคนทำใหม ผมว่า เท่าที่ลงพื้นที่ บอกว่าแทบจะไม่มีใครทำ อย่างน้อย 350 หรือ 400 บาท อย่างนี้จะทำอย่างไร ข้าวต้นเดี่ยวถ้าไม่ใช้คนดำ ก็ต้องหาเทคโนโลยีเครื่องดำนามาช่วย  แต่เทคโนลโยีก็อาจจะสู้ฝีมือคนดำนาไม่ได้  ต้องหันมาทบทวน กระบวนการลงแขก ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ และต้องช่วยกันฟื้นฟู ประเพณีการลงแขกดำนา ให้กลับมาให้ได้ เพราะในประเพณ๊ตัวนี้แฝงอะไรไว้หลาย ๆ อย่าง เช่น การแบ่งปันน้ำใจซึ่งกันและกัน การเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่กัน ช่วยเหลือกัน  น่าจะเป็นทางออกสำหรับชาวนาไทยในปัจจุบันปละลูกหลานชาวนาไทยในอนาคต

และจากกระบวนการพัฒนาหมู่บ้านจากหมู่บ้าน วท. ไปสู่หมู่บ้านแม่ข่าย วท. ที่โคกล่ามก็เป็นโมเดลหนึ่งที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ผู้ให้เทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ให้ให้ไปก็ไม่ไกลเกินความสามารถของผู้รับเทคโนโลยี  ในส่วนผู้รับเทคโนโลยีก็มีความตั้งใจ ใฝ่เรียนรู้  นำกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  หน่วยงานท้องถิ่นและจังวหัดให้ความสำคัญ อย่างเช่น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  ให้ความสำคัญต่อการนำ วทน. ไปพัฒนาชุมชน โชคดีที่ท่านผู้ว่าเองก็มีตำแหน่งที่ทาง ก.วิทย์ มอบให้ คือ ผู้บริหารวิทยาศาสตร์จังหวัดระดับสูง มาก่อน

นี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือ 4 ภาคี ภาคราชการและท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคประชาชน และภาคเอกชนและสื่อมวลชน ที่ผลักดันงาน วทน. ไปสู่การพัฒนาชุมชน

เป็นที่มาที่ไปที่นำไปสู่..............

6 สิงหาคม 2556 ท่านสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราขการ ร่วมดำนาข้าวต้นเดี่ยวเพื่อเปิดฤดูกาลการทำนาปี 2556 จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่หมู่บ้านลูกข่ายข้าวเหลืองอินทรีย์ บ้านโหมน ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์..โดยมีนายกเทศมนตรีห้วยโพธิ์กล่าวต้อนรับ นางสาวสมจันทร์ ดอนสินพูล ผอ.ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน รายงานกิจกรรมของหมู่บ้านลูกข่าย และผศ.นวลจันทร์ สิมะสุวรรณรงค์ รองอธิการบดี มทร.อีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ กล่าวรายงานความเป็นมา...

 

 

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

ความคิดเห็น

ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมในการดำนาข้าวต้นเดี่ยว

ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ์ ผอ.ศวภ 2 ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมในการดำนาข้าวต้นเดี่ยวของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่หมู่บ้านลูกข่ายข้าวเหลืองอินทรีย์ บ้านโหมน ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์