ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 10 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 24 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 45 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21228588
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 3.238.118.80
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

วันนี้ผมเล่น FB อยู่ดี ก็มีข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้ามาให้ผม งง ครับ มีรูปประกอบด้านบน

 

อันนี้เป็นความรู้อันแรกที่ผมได้รับมาจาก FB ช่วงเช้า

----------------

ดูเอานะครับเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยสังเกตุ

The color codes underneath the tubes ความหมายของสีที่ปลายหลอด
Blue - Natural น้ำเงิน ธรรมชาติ
Red - Mix แดง ผสมผสาน
Black - Chemical ดำ เคมี
ต้องไปดูที่หลอดของบ้านเรามั่ง มีโค้ดสีอย่างนี้หรือเปล่า..
ยาสีฟัน แซคไลออนเป็นสีดำ ครีมล้างหน้าทุกยี่ห้อในห้องน้ำ เป็นสีดำ ครีมนวดผมสมุนไพรอะไรๆ ก็เป็นสีดำ แม้แต่ยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ยังเป็นสีดำเลย อ้าว..

----------------

 

ตอนที่ผมอ่านครั้งแรกก็เชื่อไปสนิทใจและเริ่มจะจำไปในสมองอันน้อยนิดของผมแล้วว่า มันเป็นอย่างที่ผมได้อ่านข้อมูลนั้นจริง ๆ  บอกตรงๆ เลยว่า เชื่ออย่างสนิทใจเลย และไม่คิดจะหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีเหตุผลอื่นๆ อีกหรอืไม่ ว่าทำไมจึงต้องเป็นเช่นนั้น จนกระทั่งช่วงบ่่าย ผมเห็นข้อมูลนี้โผล่มาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เปลี่ยนไป มีอาจารย์ท่านหนึ่งให้ข้อมูลมาว่า

 

-------------------
อย่ารู้ผิด ๆ นี่คือ color mark sensor ไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อผลิตภัฑณ์ มีไว้เพื่อ "ให้เครื่องจักรบรรจุมองเห็น" ว่าต้อง "ตัดพับหลอดตรงนี้" สีที่ปรากฎเจ้าของสินค้าจะเลือกสีใดสีหนึ่งที่ในอยู่ในฉลากมาเป็นสี marker อยู่แล้ว.... 

#รู้อย่างผิด ๆ มันเสียหายยิ่งกว่าไม่รู้....

------------------

เป็นงัยครับ ปกติผมเองก็ไม่ได้เป็นคนที่หลงเชื่ออไรง่าย ๆ หากไม่ได้รับการประมวลผลจากฐานความรู้เดิมที่มีอยู่มากพอ หรือมาเสียเวลาพินิจ พิเคราะห์ หาเหตุและผลที่ถูกต้อง ว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร

จากสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากเรื่องนี้ คือ

1. อย่าคิดว่าข้อมูลที่คุณได้รับจะถูกต้องเสมอไป โดยเฉพาะเรื่องที่คุณไม่มีความรู้เลย(ซึ่งเยอะมาก) คุณจะต้องชั่งใจที่จะเชื่อให้มากกว่าเรื่องที่คุณรู้อยู่บ้าง หรือไม่ก็ตั้งสมมติฐานไว้ก่อนเลยว่า ไม่น่าจะถูก จนกว่าจะมีเวลาไปพิสูจน์หาความจริงในเรื่องนั้น ๆ

2. ข้อมูล ข่าวสารมีทั้งบวกและลบ ต้องพิจารณาให้รอบคอบและถี่ถ้วน 

สุดท้ายก็ขอนำคำสอนในพระพุทธศาสนาในเรื่อง การเชื่อ ไม่เชื่อ เพื่อตืนใจตนเอง ดังนี้

 

สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนชาวกาลามะ    ผู้อาศัยอยู่ในเกสปุตตนิคม  ในราชอาณาจักรหรือแคว้นโกศล   ถึงท่าทีอันเหมาะสมเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา  พระองค์ตรัสว่า "อย่าเชื่อหรือถือเอาสิ่งใด ๆ เพียงการฟังตาม ๆกันมา  อย่าเชื่อเพียงที่ถือสืบกันมา  อย่าเชื่อเพียงข่าวลือ  อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา   อย่าเชื่อโดยนึกเดาเอา   อย่าเชื่อโดยการคาดคะเน     อย่าเชื่อเพียงตรึกคิดไปตามอาการ       อย่าเชื่อเพียงเพราะตรงกับความคิดเห็นของตนอย่าเชื่อเพียงเพราะน่าเชื่อถือ       อย่าเชื่อเพียงเพราะว่าสมณะผู้นี้เป็นครูของเรา"  และแล้ว  พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนชาวกาลามะต่อไป ให้พิจารณาทุกสิ่งด้วยตนเองอย่างถี่ถ้วน

"เมื่อใดท่านรู้ด้วยตนเองว่า   สิ่งเหล่านี้ไม่ดี     นักปราชญ์ติเตียนเมื่อรับไว้และปฏิบัติแล้ว   จะนำไปสู่ภัยอันตราย     ก็จงสละละทิ้งเสียในทางตรงกันข้าม  เมื่อท่านทราบด้วยตนเองว่า   สิ่งเหล่านี้ไม่ถูกติเตียนนักปราชญ์สรรเสริญเมื่อรับไว้และปฏิบัติแล้ว       จะนำไปสู่ประโยชน์และความสุข   ก็จงรับไว้ปฏิบัติ"

 

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี