ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

7 ปี 46 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 46 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 35 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 42 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 49 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 10 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 18580555
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 172
  • Last Registered User: asa.v@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 932
  • Your IP: 100.24.115.215
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

เมื่อวาน(30 พค.) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการหมู่บ้านหม่อนไหมแพรวา กาฬสินธุ์ ที่ บ้านหนองช้าง ม.3 ต.หนองช้าง อ.สมาชัย กาฬสินธุ์  

ได้พบหมู่บ้านในดวงใจ ตามรูปแบบการพัฒนาด้วย 4 ภาคี  คือ 1)ภาคราชการ ประกอบด้วย นายอำเภอ อบต. กรมหม่อนไหม 2) ภาควิชาการ  มทร.อีสาน กาฬสินธุ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ  ก.วิทย์ ประสานวิทยากร 3) ภาคประชาชน กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 4) ภาคเอกชน บ.จุลไหมไทย  ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาหมู่บ้าน สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวภูไทดำกาฬสินธุ์ ให้คงอยู่กับลูกหลานต่อไป

หมู่บ้านหม่อนไหมแพรวา ทำอะไร?

จากชื่อหมู่บ้าน มี 3 คำ คือ หม่อน เป้าหมาย คือทำอย่างไรให้มีพื้นที่ปลูกหม่อนเพิ่มขึ้น และมีหม่อนที่มีคุณภาพ

ไหม  ทำอย่างไรให้กระบวนการเลี้ยงใหมให้ได้คุณภาพ อัตราการรอดสูง  การใช้สีธรรมชาติในการย้อมใหม จากวัตถุดิบในท้องถิ่น

แพรวา แพร=ผ้า  วา=1 วา ทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวาได้มาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนผลผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้านนี้มีทั้งในส่วนที่ได้รับ นกยูงทอง ได้รับ OTOP 4 ดาว

รูปอาจจะไม่สวยแต่ของจริงสวยมาก และสวยยิ่งขึ้นเมื่อผ้ามือ แม่ ๆ ป้า ๆ ชาวภูไท ฝีกมือการทำ และกระบวนการทอ ขั้นเทพอย่างมากไปเห็นแล้ว อย่าคิดแม้จะต่อตอนซื้อเลยครับ

ไหมที่นี่เน้นสีจากธรรมชาติอย่างเดียว 

กระบวนการพัฒนาเริ่มต้นจาก

1. ประชุม พูดคุย แล้วก็ประชุมพูดคุย เพื่อตกผลึกให้ได้ว่าหมู่บ้านจะทำอะไร เดินไปอย่างไร จะนำ วทน. อะไรไปช่วยเพื่อมูลค่าให้กับผ้าของหมู่บ้านได้บ้าง กำหนดแผนการดำเนินงานและเป้าหมายในแต่ละปีให้ชัดเจน

2. จัดทำแผนที่เดินดิน เพื่อกำหนดจุดบอกเล่าเรื่องราวของหมู่บ้าน และกลุ่มที่จะเข้าร่วมโครงการ อนาคตสามารถนำมาใช้ทำแผนที่เพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ ซึ่ง ก.วิทย์ จะนำแผนที่จากหน่วยงานในกระทรวง(GISTDA) และจัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศต่อไป

นี่เป็นแผนที่ที่ชาวบ้านช่วยกันให้ข้อมูลและวาดออกมา

3. จัดการอบรมตามความต้องการของชุมชน เช่น การปลูกหม่อนให้ได้คุณภาพ การย้อมสีธรรมชาติ พร้อมทั้งมีการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นระบบมากที่สุด

ถ่ายรูปกับเจ้าของสวนหม่อน คุณลุงคนนี้เปลี่ยนจากปลูกแก้วมังกรมาเป็นไร่หม่อนได้ 3 ปี ผลผลิตดีว่า สุขภาพดีกว่า ได้ทั้งหม่อน ได้ทั้งตัวไหม

อบรมการย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งในวันที่อบรมทางผมได้นำประธานกลุ่ม คุณดารุณี แวยามา หมู่บ้านกาบกล้วยประดิษฐ์ จากปัตตานีไปด้วย เพื่อให้ไปเรียนรู้กระบวนการผลิตสีธรรมชาติ เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม คือ กาบกล้วย เพื่อทำให้ผลิตภํณฑ์ของกลุ่มมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดให้เข้ากับ Green Product ซึ่งกลุ่มนี้สามารถทำขายได้มีคุณภาพ เคยทำถวายพระองค์โสมฯ เคยได้รับำพระเมตตาจากสมเด็จพระเทพฯ และมีชิ้นงานบางส่วนส่งเข้าวัง นอกจากนี้ยังมีตลาด ของชำร่วยคู่บ่าว สาวที่มาเลยเซีย ล่าสุดมีคำสั่งซื้อจากญี่ปุ่น แต่ต้องได้สีส้ม ซึ่งเป็นเทรนด์ของญี่ปุ่นในขณะนี้ 

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์กาบกล้วยของกลุ่ม

สาธิตการย้อมสีธรรมชาติ จาก เปลือกไม้ ไบไม้ เช่น ไบโพธิ์ 

หลังจากนั้นทางกลุ่มพาเที่ยวชมในแต่ละบ้านว่ามีขั้นตอนในการเลี้ยงใหม ปลูกหม่อน ทอผ้าอย่างไร สร้างความประทับใจให้กับคณะติดตามเป็นอย่างมาก

การเลี้ยงแบบดั้งเดิม

โรงเรือนเลี้ยงหนอนสมัยใหม่ ที่ต่างจากเดิมที่เลี้ยงในกระด้ง

 

สิ่งที่ทำให้ผมเทิ่งผสมงงเป็นอย่างมาก คือ กระบวนการทอผ้าที่ ไม่ทราบว่าชาวบ้านเค้าคิดได้อย่างไรว่าต้องทำอย่างนั้น และมีการจดจำการทำให้เกิดลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภูไทดำ ได้อย่างไร สาวชาวภูไทดำ ทุกคนต้องทอผ้าเป็น ผมเสียเวลากับการเรียนรู้ขั้นตอน กระบวนการทออยู่นานมาก ทำความเข้าใจเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ บอกเค้าไปว่า เล่นไพ่ยังง่ายกว่านี้ แต่ชาวบ้านบอกว่า ทอผ้าง่ายกว่า เอากับเค้า 

ผืนนี้ใช้เวลาอย่างต่ำ 4 เดือนขึ้นไป เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะซื้ออย่าไปต่อ ถ้าไม่มีตังค์พอก็ไปเก็บตังมาซื้อจะดีกว่า

ทุกขั้นตอนปราณีตมากถึงมากที่สุด 

ขอบคุณทีมงาน มทร.อีสาน กาฬสินธุ์ ชาวบ้านหนองช้างทุกท่านที่ให้การต้อนรับ ให้ข้อมูล นำทัวร์ในครั้งนี้

หมู่บ้านหม่อนไหมแพราวา เพียบพร้อมด้วย KSAN

K -> Knowledge ความรู้ที่สั่งสมจากรุ่นสู่รุ่น และเริ่มมีการจัดเก็บที่เป็นระบบ เริ่มนำ วิทยาการความรู้ใหม่ ๆ เข้าไปผสมผสานให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

S -> Skill  ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ทั้งคนปลูกหม่อน ผู้เลี้ยงใหม และทักษะขั้นเทพของการทอผ้าของคุณแม่ ๆ ป้า ๆ ทั้งหลาย

A -> Attitude ทัศนคติ ในการรับรู้การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น การคิดอน่างวิทยาศาสตร์ มีการสังเกตุ (แอ๊ะ ทำไมอย่างนี้ เอ๊ะทำมันอย่างนั้น) แล้วนำมาตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ หาด้วยตัวเองไม่ได้ก็ไปถามผู้รู้ เช่น มหาลัย ก.วิทย์ จากนั้นก็ไปค้นหาคำตอบ ทำการทดลอง จดบันทึก สุดท้ายก็สรุปเป็นความรู้ใหม่ขึ้นมา นี่แหละหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของแท้

N -> Network จะเห็นว่าการทำงาน ไม่สามารถพัฒนาหมู่บ้านด้วยกำลังหรือแรงของใครคนใดคนหนึ่งได้ ต้องร่วมกันทั้ง 4 ภาคส่วน ภาคราชการท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคประชาชน และภาคเอกชน จึงจะไปได้อย่างยั่งยืน

 

 

หน่วยงาน: 
สส.
4
คะแนนของคุณ: ไม่มี เฉลี่ย: 4 (1 โหวต)

รายการบล็อกล่าสุด