ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 10 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 17 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 24 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 45 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21218768
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 3.239.112.140
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก pusit@mhsri.go.th

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว สป.วท. ทุกๆท่าน วันนี้ผมมีบทความจาก สำนักข่าวไทย มาฝากกันครับ

แพทย์ศิริราชฯ เตือนโรคภัยในที่ทำงาน ผู้ที่ทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ พิมพ์งานอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม มีอาการปวดคอ หลัง ไหล่ ปวดตา และปวดศีรษะ แนะปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม หาเวลาพักสายตา บริหารข้อมือผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หาต้นไม้กระถางเล็ก ๆ กรองรังสีจากจอคอมพิวเตอร์

ภาพจากเว็บไซต์ www.108health.com
ภาพจาก : www.108health.com

ผศ.นพ.วิษณุ กัมทรทิพย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวในการประชุมวิชาการ เรื่อง “Office Syndrome” หรือโรคภัยในออฟฟิศ ว่า โรคภัยในออฟฟิศเป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ มักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดคอ หลัง ไหล่ และปวดศีรษะ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ส่งผลให้กล้ามเนื้อตึงเครียด กล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่าง ๆ ส่วนบางรายที่มีอาการของหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่แล้ว หากทำงานในอิริยาบถไม่เหมาะสม จะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น

จากการสำรวจพนักงานออฟฟิศในประเทศยุโรป พบว่า ส่วนใหญ่กลุ่มคนทำงานอายุระหว่าง 16-24 ปี มีความเสี่ยงของการเกิดภาวะปวดคอ หลัง และไหล่สูง เพราะได้รับมอบหมายมากและทำงานแข่งกับเวลา ส่วนคนทำงานอายุ 55 ปีขึ้นไป มักมีอาการปวดศีรษะ เพราะสภาพการทำงานต้องรับผิดชอบการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ภาวะกดดันและการแข่งขันสูง แนวทางการป้องกัน คือ การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม นั่งทำงานถูกท่าทาง รู้จักพักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุก ๆ ชั่วโมง ควรบริหารข้อมือด้วยท่ากำมะเหงก การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เช่น บิดขี้เกียจ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ควรเปลี่ยนจอคอมพิวเตอร์จากแบบเก่าเป็นจอแอลซีดี มีต้นไม้กระถางเล็ก ๆ กรองรังสีจากจอคอมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ประการสำคัญ ผู้ที่บ้างานต้องรู้จักหาเวลาพักบ้าง เช่น ลุกขึ้นเดิน หรือไปคุยโทรศัพท์เรื่องเบา ๆ สมองบ้าง

รศ.พญ.จุฑาไล ตัณฑเทอดธรรม ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ปัญหาที่พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ คือ ปัญหาด้านสายตา อาทิ ตาแห้ง น้ำตาไหล ระคายเคืองตา ตามัว ตาแดง สายตาปรับภาพได้ช้าลง ซึ่งเกิดจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ทำให้การกะพริบตาน้อยลง หนังตาเปิดกว้างขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศในที่ทำงานติดแอร์ ทำให้อากาศแห้ง ส่งผลให้น้ำตาระเหยมาก จนกระทั่งเกิดความระคายเคืองตาและตาแห้ง นอกจากนี้ การเพ่งสายตาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังทำให้ต้องกลอกตาไปมาตลอดเวลา ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากขึ้น ทำให้ปวดตาในที่สุด ดังนั้น ควรพักสายตาเป็นระยะทุก 20 นาที หลับตาทุก 1 ชั่วโมง ลุกเดินเพื่อพักสายตา และควรจัดจอภาพคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตา 15 องศา เพื่อช่วยลดอาการปวดตาและปวดคอ บริหารกล้ามเนื้อตาด้วยการมองปลายปากกาในขณะที่เลื่อนปากกาเข้า-ออก

ที่มา    : สำนักข่าวไทย

วันนี้ฝากเพื่อนๆ ชาว สป.วท. ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ

 

สวัสดีครับ

ติดตาม บล๊อกของผมได้ที่ : บล็อก NyBoy : pusit@most.go.th นะครับ

หน่วยงาน: 
ศท.
2
คะแนนของคุณ: ไม่มี เฉลี่ย: 2 (1 โหวต)