ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21168968
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 3.238.118.80
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก sasikan@mhsri.go.th

 

1.ความรู้ที่อยู่ในตัวตน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคล

เกิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้ หรือพรสวรรค์ต่าง ๆ ซึ่งสื่อสารหรือถ่ายทอดในรูปของตัวเลข สูตร หรือลายลักษณ์อักษร ความรู้ชนิดนี้พัฒนาและแบ่งปันกันได้และเป็นความรู้ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน

2.ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผล

สามารถรวบรวมและถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น หนังสือ คู่มือ เอกสาร และรายงานต่างๆ ซึ่งทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตจริง ความรู้ทั้ง 2 ประเภทนี้จะเปลี่ยนสถานภาพสลับปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาบางครั้ง Tacit ก็ออกมาเป็น Explicit และบางครั้ง Explicit ก็เปลี่ยนเป็น Tacit 

 

 

ความรู้ทั้ง 2 ประเภท สามารถเปลี่ยนสถานะระหว่างกันได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆโดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Knowledge Spiral หรือ SEIC Model  ซึ่งคิดค้นโดย Michael Polanyi และ Ikujiro nonaka ดังนี้

1. Socialization เป็นขั้นตอนแรกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้าง Tacit Knowledge จากTacit Knowledge ของผู้ร่วมงานโดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงที่แต่ละคนมีอยู่

 

2. Externalization เป็นขั้นตอนที่สองในการสร้างและแบ่งปันความรู้จากสิ่งที่มีอยู่และ

 

 

 

 

รูป 1 แสดงลักษณะการเรียนรู้ Knowledge Spiral

3. Combination เป็นขั้นตอนที่สามในการแปลงความรู้ขั้นต้น เพื่อการสร้าง Explicit

Knowledge จาก Explicit Knowledge ที่ได้เรียนรู้ เพื่อการสร้างเป็นความรู้ประเภท Explicit

4. Internalization เป็นขั้นตอนที่สี่และขั้นตอนสุดท้ายในการแปลงความรู้จาก Explicit Knowledge

กลับสู่ Tacit Knowledge ซึ่งจะนำความรู้ที่เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานหรือใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ ได้แก่ Leif Edvinsson ชาวสวีเดน

 

ได้แบ่งความรู้ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ความรู้เฉพาะคน Individual Knowledge

2. ความรู้องค์กร Organizational Knowledge

3. ความรู้ที่เป็นระบบ Structural Knowledge

ทั้งนี้ความรู้ทั้ง 3 ประเภท สามารถเป็นได้ทั้ง Tacit Knowledge และ Explicit Knowledge

 

ที่มา    https://docs.google.com/viewer?a=v&q=cache:AvWYhIgnC9MJ:cdn.learners.in.th/

หน่วยงาน: 
ศท.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

ความคิดเห็น

การทำควบคู่กันไป

ขั้นตอนการจัดการความรู้ ต้องทำควบคู่กันไปกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง change management เนื่องจากในกระบวนการจัดการความรู้ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จะมากหรือน้อยขึ้นกับพื้นฐานของแต่ละคน ซึ่ง IT เป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น ไม่ใช่ THE END หรือ จุดหมายปลายทางของการจัดการความรู้

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การเปลี่ยน วัฒนธรรมขององค์การ การเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์การ