ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

7 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 18 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 39 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 46 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 1 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 13 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 20 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 18981980
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 172
  • Last Registered User: asa.v@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 933
  • Your IP: 18.232.59.38
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

เนื่องจากผมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทน วท. ไปเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการหมู่บ้าน หรือที่เรียกว่า กม. ทั้งในส่วนของ คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ระดับกระทรวง และ คณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจ กม. คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ กม. และคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดตั้งและบริหารกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน  ของกระทรวงมหาดไทย ที่ดำเนินการโดย 3 กรมหลัก ๆ คือ กรมการปกครอง กรมปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ก.วิทย์  หากต้องการนำ วทน. ลงสู่หมู่บ้าน/ชุมชน  เราคงต้องเรียนรู้ว่า ทางมหาดไทย คิดอย่างไร และมีนโยบายจะดำเนินการที่เกี่ยวกับ กม. อย่างไร ผมเลยนำข้อมูลจากการประชุมมาเล่าสู่กันฟัง

ก่อนอื่นต้องรู้จักก่อนว่า กม. คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร

กม. หรือคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นองค์กรที่ถูกเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2486 และมีการปรับปรุงโครงสร้าง อำนาจ หน้าที่ใหม่ ตามมาตรา 28 ตรี แห่งพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 โดยมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน กม. โดยตำแหน่ง ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจบทบาท หน้าที่ของ กม. ให้มากขึ้นเพื่อการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านในการนำ วทน. ไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

บทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของหมู่บ้าน/ชุมชน

 
               เนื่องจากบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ การสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในหมู่บ้าน/ชุมชน ทั้งในส่วนครัวเรือนและชุมชน โดยต้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจของหมู่บ้าน/ชุมชน และติดตามให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งการช่วยเหลือสนับสนุน แก้ปัญหาให้สมาชิกในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยใช้กลไกคณะทำงานด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการติดตาม และสนับสนุนการปฏิบัติในหมู่บ้าน/ชุมชน และการประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจหมู่บ้าน/ชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จึงควรคำนึงถึงสิ่งที่ควรดำเนินการในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อสนับสนุนบทบาทหน้าที่ดังกล่าว ดังนี้
 
1.    สนับสนุนการทำบัญชีครัวเรือน และขยายผลให้ต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
2.    ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ในลักษณะการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ในหมู่บ้าน/ ชุมชน
3.   ส่งเสริมการประกอบอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม ด้วยการรวมกลุ่มอาชีพ การพัฒนาความรู้ การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการส่งเสริมด้านการตลาด
4.  พัฒนาสินทรัพย์หมู่บ้าน/ชุมชน เช่น ทรัพยากรทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตทางสังคม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรือความหลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณค่าและมูลค่าสูงขึ้น
5.   ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในหมู่บ้าน/ชุมชน
6.   จัดทำระบบฐานข้อมูล เศรษฐกิจของหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อนำมาใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
7.   สร้างระบบภูมิคุ้มกัน และป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจให้หมู่บ้าน/ชุมชน
8.  ใช้กลไกในหมู่บ้าน/ชุมชน ขับเคลื่อนการพัฒนา เช่น คณะทำงานส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของหมู่บ้าน คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น
 
             โดย กม. ต้องมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจของหมู่บ้าน/ชุมชน และต้องมีการติดตามช่วยเหลือสนับสนุนให้การดำเนินการตามแผนบรรลุผลสำเร็จ มีการติดตามประเมินผลการดำเนินการ และออกติดตามช่วยเหลือเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน/ชุมชนอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญ คือการประสานความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งกลไกภาคประชาชนในพื้นที่ เช่น กองทุนหมู่บ้าน ให้ขับเคลื่อนการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน และสนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ที่มา : เอกสารสรุปการบรรยายพิเศษวิชาบทบาทคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจหมู่บ้าน/ชุมชน

 

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี

ความคิดเห็น

สรุปคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางฯ 2/2556

รายงานการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจ กม. คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ กม. และคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดตั้งและบริหารกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน ครั้งที่ 2/2556  

การประชุมดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยร้อย โดยสรุปดังนี้
1. แต่งตั้งผู้แทนมหาวิทยาลัยนเรศวรร่วมเป็นคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนฯ
2. การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.)  เพื่อทราบ ประกอบด้วย 
    (1) การพัฒนากลไกสนับสนุนการทำงานของ กม. เช่น การฝึกอบรมวิทยากรโงเรียนนักปกครองท้องที่ประจำจังหวัด(ร.ร.นปท.จ.) จำนวน 2 รุ่น 
     (2) การพัฒนาศักยภาพของ กม. เพื่อสร้างภาวะผู้นำในชุมชน และในปี 2556 กำหนดเป็นตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมการปกครอง ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนา จำนวน 378,729 คน
     (3) การสนับสนุนงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ ประกอบด้วย
               - ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม กม. โดยกระทรวงการคลังเห็นชอบในค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ครั้งละ 1,000 บาท โดยมีการจัดระดับการทำงานของ กม. จำนวน 59,856 หมู่บ้าน ใน 3 ระดับ คือ ระดับดีเด่น(A) คะแนน 80-100 คะแนน จำนวน 21,721 หมู่บ้าน ระดับดี(B) คะแนน 60-79 คะแนน จำนวน 32,974 หมู่บ้านและระดับเริ่มสร้างผลงาน(C) คะแนน 0-59 คะแนน จำนวน 5,161 หมู่บ้าน
                 - การจัดทำป้ายกฎกติกาหมู่บ้านให้กับหมู่บ้านระดับ C จำนวน 5,161 หมู่บ้าน
                 - ค่าใช้จ่ายให้ปลัดอำเภอจำนวน 877 อำเภอละ 1 คน ๆ ละ 5 เดือน ๆ ละ 1,000 บาท ยกเว้นอำเภอเกาะสมุยที่เป็นเขตเทศบาลเต็มพื้นที่
      (4)  การประกวดผลงานของ กม. ของหมู่บ้านระดับ A ในระดับอำเภอและจังหวัด ประจำปี 2556 เพื่อสร้างหมู่บ้านต้นแบบและเป็นแบบอย่างในการพัฒนาและสร้างแรงจูงใจให้กับหมู่บ้านในระดับ B และ C เพื่อพัฒนาไปสู่ระดับ A ต่อไป ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 10 กันยายน 2556
      (5)  การประชาสัมพันธ์ผลงานของ กม. โดยการจัดทำหนังสือผลงานเด่นของ กม. ระดับจังหวัดและอำเภอ ใน 6 ด้าน คือ ด้านอำนวยการ ด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย ด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข ด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  และการจัดทำวีดีทัศน์สารคดีเพื่อถอดบทเรียนหมู่บ้านต้นแบบภูมิภาคละ 1 หมู่บ้านรวมทั้งหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 หมู่บ้าน
      (6)  การจัดทำบัตรประจำตัวและเครื่องแบบของ กม. กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยบัตรประจำตัวกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2556 เพื่อสร้างเอกลักษณ์และขวัญกำลังใจ โดยประกาศในราชกิจจานุเษกษาฯ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2556  สำหรับเครื่องแบบ กม. อยู่ระหว่างเสนอร่างกฏกระทรวง
 
3. การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. เพื่อพิจารณา ประกอบด้วย
(1) แนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ กม. ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กระบวนงาน คือ
         (1) กระบวนงานบูรณาการการขับเคลื่อน ทั้งระดับประเทศโดยกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ระดับจังหวัดโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและส่วนราชการในระดับพื้นที่ให้เห็นประโยชน์และความสำคัญของ กม. และระดับชุมชน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนใช้ กม. เป็นเครื่องมือในการพัฒนาหมู่บ้าน
         (2) กระบวนงานพัฒนาศักยภาพ ที่ต้องดำเนินการในส่วนของการพัฒนาประธาน กม. และคณะกรรมการ กม. การพัฒนาหลักสูตร การสร้างทีมพี่เลี้ยง และการจัดการองค์ความรู้ในการพัฒนาหมู่บ้าน
         (3) กระบวนงานสร้างผลงาน โดยการพัฒนางานวิจัยชุมชน การประชาสัมพันธ์ผลงาน และ
         (4) กระบวนงานสร้างความยั่งยืน ผ่านการจัดการความรู้ การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น การเชื่อโยงเครือข่ายระหว่าง กม. กับสถาบันการศึกษาและการจัดทำฐานข้อมูลให้เป็นระบบ ซึ่งทั้ง 4 กระบวนงานจะเป็นกรอบ/แนวทางการพัฒนาศักยภาพ กม. ในปี 2557
 

(2) การกำหนดให้มีโครงการเศรษฐกิจพอเพียงไว้ในแผนพัฒนาหมู่บ้าน โดยกรมการปกครองได้จัดส่งตัวอย่างรูปแบบโครงการฯ ไปยังอำเภอเพื่อให้ กม. ได้ศึกษารายละเอียดและดำเนินการต่อไป

สรุปการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 1/2556

เมื่อวันที่ 1 มีค. 56 ผมได้เป็นผู้แทนท่าน ปกท. ในการเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ระดับกระทรวง ที่กระทรวงมหาดไทย ก็เลยนำข้อมูลในการประชุมที่ผมจัดทำรายงานเสนอท่าน ปกท. เพื่อทราบมาเล่าสู่กันฟังว่า ก.มหาดไทย กำลังทำอะไร และ จะมีกลไกการขับเคลื่อน กม. อย่างไร  กม คือ ครม. ท้องถิ่นจะเกิดได้จริงหรือไม่ อาจจะไม่ได้คำตอบตอนนี้ นะครับ

เรื่องเพื่อทราบ
1.1 การดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ในปี 2555 ตามข้อสั่งการ
 
         1.1.1 ในปี 2555 กม. ได้ดำเนินการโครงการคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) รวมพลังประชาชนเป็นพลังแผ่นดินป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ กม. มีส่วนร่วมในกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามวาระแห่งชาติ ปัจจุบันมีหมู่บ้านที่ผ่านการรับรองและจะได้รับมอบธงสัญลักษณ์จำนวน 37,721 หมู่บ้าน
         1.1.2 การจัดตั้งหมู่บ้านต้นแบบ โดยได้ดำเนินการโครงการหมู่บ้านนำร่องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่บ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการคัดเลือกจากระดับหมู่บ้าน อำเภอ และจังหวัด 1-2 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีหมู่บ้านนำร่องในโครงการดังกล่าว 83 หมู่บ้าน การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดทำบัญชีครัวเรือน โดยกำหนดให้ กม. ดำเนินการจัดทำบัญชีครัวเรือนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนครัวเรือนที่มีอยู่จริงในหมู่บ้าน โดยมีหมู่บ้านที่ดำเนินการจัดทำบัญชีครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 จำนวน 1,786 หมู่บ้าน และได้มีการถอดบทเรียนปัจจัยความสำเร็จแจกจ่ายให้ทุกจังหวัด อำเภอเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขยายผลต่อไป
         1.1.3 การใช้กระบวนการประชุมของ กม. ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาหมู่บ้าน โดยที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเป็นกรรมการหมู่บ้าน การประชุม และการปฏิบัติหน้าที่ของ กม. พ.ศ. 2551 กำหนดให้ กม. ต้องมีการประชุมทุกเดือน โดยในปี 2555 กรมการปกครองได้สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการประชุม กม. ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น(A) จำนวน 17,284 หมู่บ้าน เดือนละ 1,000 บาท จำนวน 8 เดือนเพื่อใช้เป็นค่าจัดทำเอกสาร รายงานการประชุม ฯลฯ และในปี 2556 กรมการปกครองยังคงแนวทางในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าว
         1.1.4 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในระดับอำเภอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ได้แก่ อำเภอ ตำบล หมู่บ้านให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล กระทรวง กรม อย่างเป็นระบบ โดยกรมการปกครองได้กำหนดให้อำเภอจัดตั้งกลไกระดับตำบล เรียกว่า คณะกรรมการตำบล(กต.) ที่ประกอบด้วย กำนันท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลและครูประชาบาล 1 คน(ครูในสังกัด สพฐ.) เป็นกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหมู่บ้านละ 1 คน ให้มีหน้าที่เสนอข้อแนะนำและให้คำปรึกษาต่อกำนัน ทั้งนี้ได้กำหนดการเชื่อมโยงตั้งแต่การประชุมระดับ กม. ไปยังการประชุมระดับ กต. และให้กำนันนำเสนอนายอำเภอทราบทุกเดือน
         1.1.5 การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบ ABC ด้วยกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดทำโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบ ABC(Area Based Collaborative Research) เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาความเป็นอยู่โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งโดยใช้การจัดทำบัญชีครัวเรือนและแผนพัฒนาหมู่บ้านเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน และมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นจริง
         1.1.6 การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน กรมการปกครองได้ให้อำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของ กม. โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดับ คือ หมู่บ้านระดับดีเด่น(A) คะแนนระหว่าง 80-100 มีจำนวน 26,580 หมู่บ้าน หมู่บ้านระดับดี(B) คะแนนระหว่าง 60-79 จำนวน 27,302 หมู่บ้านและหมู่บ้านเริ่มสร้างผลงาน(C) คะแนนระหว่าง 0-59 จำนวน 6,401 หมู่บ้าน รวมทั้งหมด 60,283 หมู่บ้าน
         1.1.7 การนำ กม. ศึกษาดูงาน ประจำปี 2555 เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ กม. ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 570 คน จาก กม. 94 หมู่บ้าน ๆ ละ 6 คน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลชนะเลิศฯ ในระดับอำเภอและระดับจังหวัด
         1.1.8 ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับ กม. ดังนี้
              1) ตัวชี้วัดที่ 1.1.2 ระดับความสำเร็จของการสนับสนุน/ส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดร่วมของ กรมการปกครอง กรมพัฒนาชุมชน(เจ้าภาพหลัก) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 
              2) จำนวนหมู่บ้านในระดับดีเด่น(A) เพิ่มขึ้น 4,807 หมู่บ้าน(เป้าหมาย 4,000 หมู่บ้าน) และในปีงบประมาณ 2556 ได้กำหนดเป็นตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมการปกครอง ต่อเนื่อง
              3) หมู่บ้านที่มีแผนพัฒนาหมู่บ้านตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 64(เป้าหมาย ร้อยละ 50) 
              4) จำนวนหมู่บ้านต้นแบบพัฒนา จำนวน 37,164 หมู่บ้าน(เป้าหมาย 30,000 หมู่บ้าน) 
              5) จำนวน กม. ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 376,729 คน(เป้าหมาย 300,000 คน)
 
1.2 สรุปผลการติดตามการดำเนินงานของ กม. ในปี 2555
คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.)  ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงาน 4 ครั้งในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.อุดรธานี จ.ปราจีนบุรีและ จ.สระแก้ว โดยมีประเด็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อน กม. ล่าช้า ดังนี้
          1.2.1 ขาดเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดการความรู้ กม. ส่วนใหญ่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีงบประมาณ จึงไม่ค่อยได้พูดคุยปรึกษาหารือและเชื่อมโยงจาก กม. ไปยัง กต. และการส่งข้อมูลความต้องการ ประเด็นปัญหาไปถึงอำเภอ
          1.2.2 ความเข้าใจที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ของ กม. แต่ละหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านในระดับ C
          1.2.3 ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดการหมู่บ้าน ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการ(คน งาน เงิน) ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการเงินกองทุนต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การบูรณาการและเชื่อมโยงแผนพัฒนาหมู่บ้านร่วมกับแผนพัฒนาของ อปท. ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพอันเนื่องมาจาก กม. และพี่เลี้ยงที่มีหน้าที่สนับสนุน กม. ยังไม่เข้าใจหลักคิดของกระบวนการจัดทำแผน 
ทั้งนี้คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานฯ ได้เสนอแนะ ดังนี้
               1) กม. ในพื้นที่ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2555 และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
               2) จัดทำคู่มือการดำเนินงานให้ทั้ง กม. วิทยากร และชุดปฏิบัติการประจำตำบลให้ครอบคลุมทุกด้าน
               3) กำหนดภารกิจและเป้าหมายของ กม. ให้ชัดเจนภายใต้ปัญหาของหมู่บ้าน
               4) สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้แก้ กม.และการทำงานแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
               5) สร้างแรงจูงใจให้ กม. เช่น การมีสวัสดิการสังคมให้กับ กม. ในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเช่น สิทธิเข้ารับการรักษาในพื้นที่ฟรี การลดหย่อยภาษีรายได้บุคคล การให้ทุนการศึกษาแก่บุตร เป็นต้น 
               6) การจัดการประกวดและมอบรางวัล
               7) การใช้อาสาสมัครของทุกหน่วยงานเข้ามาเป็น กม. เพื่อสร้างกลไกในการขับเคลื่อนภารกิจ/กิจกรรมแทนหน่วยงานราชการต่าง ๆ 
                8) การประกาศเกียรติคุณให้กับ กม. ดีเด่นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
              ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2556 ได้กำหนดการติดตามและประเมินผล จำนวน 6 ครั้ง ที่ จ.นราธิวาส จ.สงขลา(27-29 มีนาคม 2556) จ.พัทลุงและ จ.สตูล(3-5 เมษายน 2556) จ.ศรีษะเกษ  (8-10 พฤษภาคม 2556) จ.ลำปางและ จ.ลำพูน(10-12 มิถุนายน 2556) จ.ชัยนาทและ จ.ลพบุรี(8-10 กรกฎาคม 2556)  จ.สมุทรสาครและ จ. สมุทรสงคราม(5-7 สิงหาคม 2556)
 
1.3 การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนให้หมู่บ้านได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการการเงินจากกองทุนประเภทต่าง ๆ ที่มีในหมู่บ้าน โดยได้กำหนดขั้นตอน การส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนฯ
 
1.4 การติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนนักปกครองท้องที่ประจำจังหวัด(ร.ร.นปท.จ.) ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการติดตามองค์กรพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา โดยในการดำเนินงานได้มีการนำ กม. เข้ารับการศึกษาอบรมเพิ่มเติมที่ ร.ร.นปท.จ.  แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ระยะเวลาในการอบรม บุคลากรมีการโยกย้ายบ่อย วัสดุอุปกรณ์ไม่พร้อมและส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง และขาดระบบติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของ กม. ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอข้อเสนอแนะไว้ดังนี้
               ๑) พัฒนาหลักสูตรทั้งในส่วนของวิทยากรของ ร.ร.นปท.จ. และของ กม. ให้ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงและให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
               ๒) กำหนดให้หมู่บ้านตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. 2522(หมู่บ้าน อพป.) ใช้โครงสร้าง กม. เดียวกัน
               ๓) กำหนดให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย
               ๔) กำหนดตัวชี้วัดเพื่อวัดผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อน กม.
               ๕) กำหนดตัวชี้วัดเรื่องการบรรจุโครงการ/กิจกรรม ตามแผนพัฒนาหมู่บ้านในแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดและส่วนราชการ
               ๖) ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการขับเคลื่อน กม. ให้ทั้ง กม.และพี่เลี้ยงได้รับทราบ
 
2. เรื่องเพื่อพิจารณา
          2.1 แนวทางการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ในปี 2556 
แนวทางการดำเนินงานในปี 2556 ได้รับความเห็นชอบในการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของ กม. คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ กม. และคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 โดยกำหนดแนวทางการประเมินของหมู่บ้านออกเป็น 2 ส่วน คือ
                ๑) การบริหารงานของหมู่บ้าน โดยให้วัดจากจำนวนแผนพัฒนาหมู่บ้านที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาในหมู่บ้านได้จริงโดยได้
                ๒) แผนพัฒนาหมู่บ้านที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดทั้งนี้ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาไว้ 4 แนวทาง
                      กระบวนงานที่ 1 บูรณาการขับเคลื่อน กำหนดให้มีการบูรณาการทุกระดับตั้งแต่ ส่วนกลางผ่านคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ระดับจังหวัด โดยการกำหนดเป็นตัวชี้วัดที่ส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อน กม. ระดับอำเภอ โดยให้อำเภอทำหน้าที่ร่วมกับทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ระดับตำบล กำหนดให้มีการประชุม กม. ทุกเดือนและให้กำนันติดตามกำกับการประชุมและการทำงานของ กม. และรายงานให้นายอำเภอทราบทุกเดือน
                      กระบวนงานที่ 2 พัฒนาศักยภาพ เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้แก่ปลัดอำเภอ ชุดปฏิบัติการประจำตำบล วิทยากรใน ร.ร.นปท.จ. การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน การประกวดหมู่บ้าน การขยายผลของหมู่บ้านต้นแบบเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูล กม. ให้มีประสิทธิภาพ
                      กระบวนงานที่ 3 การสร้างผลงาน กำหนดให้ กม. ที่มีผลงานดีเด่น(A) และดี(B) อย่างน้อยต้องมีผลงาน ดังนี้ 
                              ๑) ประชุม กม. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
                              ๒) การบูรณาการจัดทำและเชื่อมโยงแผนพัฒนาหมู่บ้านกับส่วนราชการ 
                              ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
                              ๔) การสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์
                              ๕) การดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย
                              ๖) การรักษาความสงบเรียบร้อย
                              ๗) การดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
                              ๘) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
                              ๙) การจัดตั้งกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน
                           สำหรับหมู่บ้านในระดับเริ่มสร้างผลงาน(C)  ต้องมีผลงาน ดังนี้
                              ๑) ประชุม กม. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
                              ๒) การบูรณาการจัดทำและเชื่อมโยงแผนพัฒนาหมู่บ้านกับส่วนราชการ 
                              ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
                              ๔) การสร้างกฎ กติกาหมู่บ้าน
                          กระบวนการที่ 4 สร้างความยั่งยืน กำหนดให้มีการสร้างแรงจูงใจให้ กม. การประชาสัมพันธ์ กระบวนการติดตามประเมินผลจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและ กม. รวมทั้งการสน้างกระบวนการส่งต่อการพัฒนาและการขับเคลื่อนของภาครัฐและ กม. ไปสู่เยาวชนในพื้นที่ 
            2.2 แนวทางการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 กรกฎาคม 2552  ผลการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของ กม. คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ กม. และคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 ได้มีการเสนอให้ระดับจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการแจ้งประสานหน่วยราชการ องค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดเพื่อรับทราบความสำคัญและภารกิจของ กม. และตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว 

 

รายการบล็อกล่าสุด