ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 21 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 41 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 37 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
10 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 21159325
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 173
  • Last Registered User: wirote.k@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 940
  • Your IP: 44.200.169.3
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก ekapong@mhsri.go.th

 

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของคนหลายตระกูล คนหลายประเภท คนละพันธุ์ ศาสนาพุทธถือระบบการศึกษา เป็นระบบการศึกษาที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดที่เคยปรากฏอยู่ในโลก ในศาสนาที่อยู่ในตระกูลนี้คุณธรรมหลักคุณธรรมใหญ่ไม่ใช่ศรัทธา คุณธรรมใหญ่ของเราคือปัญญา ถ้าพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เน้นทางปัญญาไม่ได้เน้นทางศรัทธา แปลว่าศรัทธาไม่สำคัญอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่ แต่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีไว้เพื่อเชื่อ แต่มีไว้เพื่อใช้ คำสอนพระพุทธองค์ เปรียบเทียบเหมือนเครื่องมือที่เราควรจะหรือต้องใช้ในการศึกษา ในการพัฒนาตน

ศรัทธาก็มีบทบาทสำคัญเหมือนกันแต่เราถือว่าศรัทธาต้องมีปัญญาคอยกำกับอยู่เสมอ ศรัทธาขาดปัญญาก็่ล่อแหลมต่ออันตรายสองอย่าง หนึ่งคือความงมงาย สองคือความบ้าคลั่ง ทุกวันนี้ในโลกปัจจุบันคนทำความชั่วไปฆ่า ศาสนา หรือว่าทำด้วยศรัทธาคงไม่บาป แต่พุทธศาสนาเราถือว่าถ้ามีเจตนาจะเบียดเบียนไม่ได้ด้วยเหตุผลอย่างไรก็ตาม เจตนาจะเบียบเบียนเป็นตัวบาป บาปอยู่ที่เจตนา ผลก็เป็นแค่ตัวตัดสินว่าบาปมากหรือบาปน้อย ศรัทธาในทางพระพุทธศาสนาของเรามีเครื่องวัด คือตัดสินว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง อยู่ที่การกระทำ เราถือว่าการกระทำเป็นใหญ่ พระพุทธองค์จึงตรัสเรียกพระธรรมวินัยของพระองค์ว่าเป็นศาสนาประเภท “วิริยวาท” วิริยวาทแปลว่าเป็นศาสนาที่ถือวิริยะ ความเพียรหรือการกระทำเป็นใหญ่

งั้นศรัทธาของชาวพุทธคือศรัทธาความเชื่อในการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียกว่าศรัทธา โพธิสัทธา แต่ความเชื่อเช่นนี้ไม่ใช่เชื่อแล้วจบ เพราะความเชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าคือความเชื่อในการตรัสรู้ของมนุษย์คนหนึ่ง พระองค์ตรัสรู้พระโพธิสัตว์ยังเป็นคนอยู่ เป็นคนมีบุญบารมีอย่างยิ่งก็จริงแต่ก็ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้า งั้นเจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ในฐานะเป็นมนุษย์คนหนึ่งและได้พิสูจน์ถึงศักยภาพของมนุษย์ที่จะบรรลุธรรมด้วยความพากเพียรพยายามของตน เจ้าชายสิทธัตถะจึงบรรลุ คล้ายๆเป็นผู้แทนของมนุษย์ เราถือว่าความเชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ที่จะตรัสรู้ธรรม

เราเห็นผลต่อไปข้อที่สำคัญที่สุด ก็ในเมื่อพวกเราทั้งหลายเป็นมนุษย์ ด้วยการถือว่าเราทุกกคนมีส่วน ทุกคนมีศักยภาพในการบรรลุธรรม ไม่ว่าเราเป็นชาวตะวันตก ชาวตะวันออก ผู้ชาย ผู้หญิง เกิดเป็นมนุษยแล้วถือว่ามีคุณสมบัติพร้อมที่จะบรรลุธรรม งั้นจากความเชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สติปัญญาจะนำไปสู่ความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ที่จะตรัสรู้ ขั้นสุดท้ายนำไปสู่ความเชื่อในศักยภาพของตัวเองที่จะตรัสรู้ธรรม

หรือพูดอีกนัยนึงก็คือเราเชื่อว่าข้าพเจ้าสามารถล้างบาปทั้งปวงได้ ข้าพเจ้าสามารถทำกุศลธรรมให้ถึงพร้อมได้ ข้าพเจ้าสามารถชำระจิตใจของตนให้ขาวสะอาดได้ ทำได้ ควรทำ ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ งั้นศรัทธาของเราไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองพันปีที่แล้วหรือศรัทธาในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เป็นศรัทธาว่าข้าพเจ้าละบาปได้และควรจะละ ถ้าเชื่ออย่างนั้นแล้วไม่พยามละบาปเรียกว่าศรัทธาปลอม ศรัทธาไม่แท้ แต่เราถือว่าเราเป็นชาวพุทธด้วยการละบาป เป็นชาวพุทธด้วยการบำเพ็ญกุศล เป็นชาวพุทธด้วยการชำระจิตใจของตน แล้วไม่มีความพยามเลยในการละบาปบำเพ็ญกุศลชำระจิตใจของตน สมควรหรือที่จะพูดว่าเป็นพุทธมามกะ เป็นพุทธศาสนิกชน

งั้นพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่ไหน พุทธศาสนาไม่ได้อยู่ทีวัดวาอาราม พุทธศาสนาไม่ได้อยู่ในตู้พระไตรปิฏก พุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่ศรัทธาของสงฆ์อย่างเดียว พุทธศาสนาอยู่กาย อยู่ที่วาจา อยู่ที่ใจ ของชาวพุทธทุกคน เราทุกคนมีส่วนมีสิทธิ์ในการสืบต่ออายุของพระพุทธศาสนา…”

จากธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ

โดยท่านได้เทศน์ไว้ที่มูลนิธิมายาโคตมี วันที่ 22 มิถุนายน 2556

http://www.youtube.com/watch?v=9eYVPrn8H1o

และดูธรรมเทศนาฉบับเต็มได้ที่นี่ค่ะ

(แนะนำให้ดูค่ะ เพราะพระอาจารย์พูดได้ดีมากเลย ธรรมเทศนานี้)

 

หน่วยงาน: 
สส.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี