ล็อกอิน

Tag Cloud

กระทู้ล่าสุด

7 ปี 20 สัปดาห์ ก่อน
7 ปี 20 สัปดาห์ ก่อน
8 ปี 40 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 9 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 23 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 36 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 43 สัปดาห์ ก่อน
9 ปี 44 สัปดาห์ ก่อน

สถิติการใช้งาน

  • Total Visitors: 16278285
  • Unique Visitors:
  • Registered Users: 168
  • Last Registered User: opfy9@mhesi.go.th
  • Published Nodes: 923
  • Your IP: 54.165.57.161
  • Since: พฤ, 1970-01-01 07:00
หน้าแรก | บล็อก | บล็อก kamonwan@mhsri.go.th

วิทยาศาสตร์ในภาพยนตร์ : Science in The Movie 
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. จัดกิจกรรม  คุยกัน..ฉันท์วิทย์ สัญจร”  ในหัวข้อ “วิทยาศาสตร์ในภาพยนตร์ : Science In The Movie” ณ  เวทีกลาง ศูนย์นิทรรศการและการประชุม  ไบเทค  บางนา  โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ     นายสาคร  ชนะไพฑูรย์  รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  มาให้ความรู้  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

 

  

 

 

     นายสาคร  ชนะไพฑูรย์  รอง ผอพวช.  กล่าวว่า การสนทนาทางวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ เป็นการนำเรื่องราวของภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมาเป็นประเด็นในการสนทนา นอกเหนือจากการเล่าเรื่องของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศให้อยากชมภาพยนตร์เรื่องเหล่านี้อีกครั้ง  และยังได้นำประเด็นวิทยาศาสตร์ที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องมานำเสนอเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมอีกด้วย
  ในการบรรยาย เรื่องวิทยาศาสตร์ในภาพยนตร์ จะนำเสนอเรื่องบางตอนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นวิทยาศาสตร์มาฉายให้ชม พร้อมกับการบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจวิทยาศาสตร์ในประเด็นต่างๆ ภาพยนตร์ที่นำมาเป็นตัวอย่างในการเสนอแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้แก่

       A Beautiful Mind เรื่องราวอันน่าประทับใจของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล จอห์น ฟอรันส์ แนช จูเนียร์ ที่รับบทโดยดาราระดับตุ๊กตาทอง รัสเซลล์โดรว์ แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์ชีวิตแต่นำเสนอแนวคิดทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับ ทฤษฎีเกมส์ ซึ่งผู้ฟังจะได้เรียนรู้ว่าทฤษฎีเกมส์นี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในด้านเศรษฐศาสตร์ การตลาด และยังสามารถนำมาใช้ในการสอบสวนคดีได้อย่างไร

       Hachiko ฮาชิโกะ หัวใจพูดได้ เป็นภาพยนตร์ชีวิตอีกเรื่องหนึ่งที่แทรกความผูกพันระหว่างมนุษย์ กับ สุนัข ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประเทศญี่ปุ่น   ฮาชิ สุนัขพันธ์อากิตะ ของญี่ปุ่นที่มีความสื่อสัตย์เป็นเยี่ยมมีชื่อจริงว่า “ฮาชิโกะ” มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1924 เป็นสุนัขเลี้ยงของศาสตราจารย์ ฮิเดซามุโระ อูเอโนะ ฮาชิโกะ จะเดินไปส่งศาสตราจารย์ทุกเช้าและรอรับหลังจากกลับจากเลิกงานที่สถานีรถไฟชิบูย่า แล้วเดินกลับบ้านด้วยกันทุกเย็นเป็นเวลา 10 ปี เมื่อศาสตราจารย์อูเอโนะ หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันที่มหาวิทยาลัยเขาจึงไม่ได้กลับมาสถานีรถไฟที่ฮาชิโกะรออยู่เลย  หลังจากที่เรียนรู้ว่า ศาสตราจารย์ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ฮาชิโกะ จึงไปเฝ้ารออยู่ที่หน้าสถานีทุกวัน เป็นเวลา 10 ปี พฤติกรรมนี้กลายเป็นความสะเทือนใจและชวนสงสารจากผู้คน สาระวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้เกี่ยวกับการมองเห็นของสุนัข โดยใช้กล้องถ่ายภาพยนตร์แทนสายตาของสุนัขมองสิ่งรอบตัว ซึ่งเราจะได้เรียนรู้เรื่อง “พลังงานแสง” ที่ทำให้เรามองเห็น และการมองเห็นของสัตว์

       แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ย้อนยุคอย่าง Gladiator ภูมิปัญญาโบราณใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการทำสงครามในยุคโรมันที่ยังไม่มีปืนใหญ่ใช้ ยุทธวิธีการรบของเหล่าทหารราบ ในสมัยโบราณก่อนที่จะบุกเข้าไปสู้รบแบบตัวต่อตัวกับทหารอีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องทำให้คู่ต่อสู้บอบช้ำมากที่สุดและไม่สิ้นเปลืองไพร่พล คือ การทุ่มก้อนหินก้อนใหญ่ หรือลูกไฟเข้าไปยังศัตรู โดยใช้วิธีดีดหินเข้าไป ซึ่งเป็นไปตาม “หลักการคานดีด” ของอาร์มิดีส ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่อง “คานดีดคานงัด” รวมถึงการเรียนรู้เรื่องโมเมนต์ของแรงด้วย

       เรื่องราวของชนเผ่ามายาในเรื่อง “ปิดตำนานอารยชน Apocalypto” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนป่าในดินแดนอเมริกาใต้  ที่มีการไล่ล่ากันตลอดทั้งเรื่อง และการชิงไหวชิงพริบเพื่อเอาชีวิตรอด ในเรื่องนี้เราจะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเกิดสุริยุปราคา ซึ่งเป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องที่ช่วยชีวิตพระเอกไว้ได้ เนื่องจากคนในยุคนั้นยังไม่รู้จักสุริยุปราคาจึงมีความกลัว เช่นเดียวกันกับคนไทยสมัยโบราณ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจอมกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศว่า สุริยุปราคาเป็นปรากฏการทางธรรมชาติ

       หนังแนวไซไฟ (Science Fiction)  อย่าง Iron Man ก็ต้องนำเอาสาระวิทยาศาสตร์มาเป็นองค์ประกอบของภาพยนตร์อย่างแน่นอน แต่ถ้าผู้ชมไม่สนใจ อาจจะไม่ทราบว่า เรื่องของธาตุเป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะ โทนี่ สตาร์ด ผู้เป็นไอรอนแมน ต้องค้นหาธาตุที่สามารถสร้างพลังงานเพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่บรรดาธาตุที่ค้นพบในโลกยังเสถียรไม่พอและยังเป็นพิษต่อร่างกาย ในภาพยนตร์จึงต้องจินตนาการ ให้มีการสร้างธาตุใหม่ขึ้นมา ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องธาตุมากขึ้น สมกับที่ปีนี้เป็นปีเคมีสากล 2011

       X-men ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูน ในเรื่องจะแยกมนุษย์ออกมาเป็น 2 กลุ่ม คือมนุษย์ปกติ และกลุ่มมนุษย์ผ่าเหล่า หรือพวก X-men ซึ่งมีพลังพิเศษเกิดจากการผ่าเหล่า เรื่องการผ่าเหล่า (Mutation) นี่เอง จึงเป็นสาระวิทยาศาสตร์สำคัญของเรื่องนี้ โดยการกล่าวถึงการกลายพันธุ์ ซึ่งหมายถึง ภาวะที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถคงลักษณะคงพันธุกรรมที่สืบเนื่องจากบรรพบุรุษไว้ได้

 

 

 

หน่วยงาน: 
สสก.
0
คะแนนของคุณ: ไม่มี